Category Archives: Statement

Thailand Is At High Risk Of Becoming A Failed State

Statement of The Organization of Free Thais For Human Rights And Democracy

Upon The First Anniversary Wednesday, June 24, 2015

“Thailand Is At High Risk Of Becoming A Failed State”

Since Thailand’s political crisis has arisen around the year 2005, with the undemocratic network of Thailand deliberately destroying our young democratization on several fronts, and particularly the self-legitimized military takeover on May 22, 2014, Thailand as a state member of the United Nations deteriorates politically, economically, and socially. Cores of democratization have been undermined. People’s rights have been violated and abused. Long-term visions of the country cease to exist, as political short-sightedness and petty revenge come to replace. In short, Thailand risks becoming a failed state, in the midst of global and regional challenges that put Thailand in a state of leadership or at least a significant player. Linkage politics, or the state of domestic determinants affecting foreign policies, of these anti-democracy elements, are bringing Thailand down. It is incredibly unfair to our citizens, whose grittiness and determination to engage in the world remain strong, to have a dictatorship regime blocking their opportunity. Thus, the Organization of Free Thais For Human Rights And Democracy is founded exactly one year ago on June 24, 2014, stating that we the Thai people do not take this situation passively or for granted.

We regard the risk of becoming a failed state is Thailand’s major crisis. No matter which ideological group wins. No matter which colour is of advantage. The failure of the state of Thailand will be the ultimate end game to all Thais in Thailand and outside. We thus announce that the main strategy to prevent a failed-state status is the total elimination of Thailand’s dictatorship network. Our past struggle against dictatorship had confirmed that we the people stopped short of transforming a few past victories into the restructuring of the state of Thailand to rid ourselves of such dictatorial elements. Thailand’s dictatorship network still hides behind the facade of democracy, with continual effort to regain the upper hand. The battle for Thailand’s democracy must always bring us back to the revolution of 1932, as Thailand’s dictatorship network had grabbed that opportunity since then to battle with the people’s side until the present.

Our organization realizes how gigantic this task is, and how much we must pull all kinds of resource to turn it into the reality. However, we must give it a start now, with the following 3 immediate goals in mind:

1. Abolish the Privy Council. In the past 10 years or so, most Thai people have witnessed with their own eyes that enormous political influence and subsequent interference of the Privy Council’s President and some of its members have been visibly exhibited, as if to show that the Privy Council were the de facto government of Thailand and not the elected parliament and government. Thailand’s ongoing political crisis stems from the negative  and anti-democracy existence and role of the Privy Council all along. The Privy Council must not be allowed as an alternative to power struggle any longer.

2. Thailand’s armed forces must withdraw from the role of personal army of Thailand’s dictatorship network, and regard all Thai citizens as equal human beings. The actual status of Thailand’s armed forces as state within the state reduce them to the service of Thailand’s privileged class, which is actually the minority who enjoys so much power in the Thai society. We understand that most members of the armed forces are not in agreement with the service for a family or a few privileged groups, but they are forced in the strictness of military disciplines. We pledge to work along with these democratic cells of the armed forces to transform them into those of the people. Crucial military positions must be closely monitored, so must the usage of military personnels and weaponry. The management of other resources, from the budget to military “prohibited” areas, must be administratively watched. Military tribunal must not exceed the powers of the Judiciary, except in a time of war. All these measures are only the beginning. In due time, the Thai public must participate in the process of democratizing Thailand’s armed forces.

3. Thailand’s Judiciary must be beyond the political interference and influence of the dictatorship network. Not many Thais today believe that justice can be granted through the current state of the Judiciary, especially as a solution provider of ongoing political crisis. Quite a number of judges have close ties with the dictatorship network, and are firmly under their patronage. In 2007, during a democratic rally at Sanam Luang in Bangkok, there was a disclosure of an audio clip showing some judges and a government official planning their political strategy. As in Thailand’s armed forces, most judges, associate judges, and court officials wish for true and complete democracy, meaning that the Judiciary be regarded as free and unquestionably honourable. We also wish to work with them at an appropriate time.

The organization of Free Thais For Human Rights And Democracy, in its first anniversary today, pledges to continue the effort in furthering Thailand’s democratization. On operations and networking, we have expanded to 51 provinces in Thailand and 18 other countries around the world, and will achieve more in due time, including a public coordinating office. Our organization intends to do what is right and not always what is temporarily popular. Thailand’s fate of not becoming a failed state is the most serious matter, as well as the state of democracy around the world. This mission requires absolute seriousness and prudence all through.

Dated: Wednesday, June 24, 2015

Charupong Ruengsuwan

Secretary-General

The Organization of Free Thais For Human Rights And Democracy

Advertisements

แถลงการณ์กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในอังกฤษ

11393476_1648239248746441_8136679787200084931_o

แถลงการณ์กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในอังกฤษ
คัดค้าน ร่างรัฐธรรมนูญ ของเผด็จการคสช.

(1) พวกเราไม่เห็นด้วยกับร่าง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 ภายใต้เผด็จการทหาร

เหตุผลที่พวกเราไม่ยอม ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะคณะผู้ร่าง รธน.ได้มีการสร้างองค์กรใหม่ๆจากการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเหนือผู้แทนทางการเมืองที่ถูกเลือกโดยประชาชนในหลายๆ เรื่อง สามารถกำหนดได้เองว่า มีอำนาจอะไรบ้าง โดยที่ประชาชนไม่มีโอกาสถอดถอนหรือตรวจสอบได้เลย

นอกจากนี้เราไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนภายนอกที่ไม่ใช่ ส.ส. และการที่วุฒิสภาจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พวกเรามองว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ ถือว่าเป็นการลดพื้้นที่ของความเป็นประชาธิปไตย

(2) ในกรณีที่จะมีการโหวตลงประชามิติ เพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พวกเราจะรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะเดียวกันพวกเราทราบดีว่า รัฐบาลทหารสามารถโกงการทำประชามติได้ด้วยหลายวิธี รวมถึงการข่มขู่ประชาชนให้รับ

ฉะนั้นวิธีที่ดีทีสุดคือ การล้มรัฐธรรมนูญโจร จะได้ไม่ต้องไปแก้ใหม่ในอนาคต พวกเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ต้องร่างภายใต้รัฐบาลเลือกตั้งเท่านั้น โดยมีส่วนร่วมจากประชาชนจริงๆ พวกเราขอเสนอให้ยกรัฐธรรมนูญฉบับที่มีเนื้อหาความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ฉบับ พ.ศ.2475 ฉบับ พ.ศ. 2517 และฉบับพ.ศ 2540 มาเป็นทางเลือก

(3) เราเรียกร้องให้ รัฐบาลเผด็จการภายใต้การนำ ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุด คุกคามนักศึกษา ประชาชน ที่เรียกออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย

(4) พวกเราขอคัดค้านการยกเลิกค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งเป็นเดิมเป็นนโยบายที่ปกป้องแรงงาน

(5) สุดท้าย พวกเราขอเรียกร้องให้มีการคืนประชาธิปไตย ให้กับ ประชาชน

พวกเราคนไทยที่รักประชาธิปไตยในอังกฤษ
คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ คสช. พ.ศ.2558

7 มิถุนายน 2558

6 Months after Coup d’état in Thailand

10298147_1573906736179693_4456477205235089924_o

องค์การเสรีไทย ส่งจดหมายร้องเรียนถึงผู้นำทั่วโลก

เรื่อง 6 เดือน รัฐประหารไทย ประชาธิปไตยไร้อนาคต

ในโอกาสที่องค์การเสรีไทยฯ ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐฯ องค์การเสรีไทย ใช้แนวทางการต่อสู้โดยสันติวิธี โดยปราศจากอาวุธ ขณะนี้องค์การเสรีไทยฯ ได้เปิดสำนักประสานงานขึ้น เพื่อเป็นหน่วยประสาน ติดต่อเชื่อมโยงกับผู้นำรัฐและองค์กรประชาธิปไตยทั่วโลก โดยจะนำเสนอข่าวสารให้รัฐบาลและนักลงลงทุนต่างๆ เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศ ว่าทำไมประเทศไทยจึงเกิดวิกฤติยาวนาน และทำไมไทยจึงเกิดมีรัฐบาลเผด็จการสลับประชาธิปไตยไม่หยุดไม่หย่อน และทำไมสิทธิมนุษยชนในไทยจึงตกต่ำลงอย่างมากในขณะนี้

ผม นายสุนัย จุลพงศธร ในฐานะผู้ประสานงานได้ทำหนังสือรายงานสถานการณ์ตามความเป็นจริงให้แก่ผู้นำรัฐ และนักธุรกิจทั่วโลก ให้ได้ทราบเป็นระยะๆ และล่าสุดได้ส่งหนังสือสรุปสถานการณ์ 6 เดือน ภายใต้การปกครองของระบอบ คสช. ให้แก่ผู้นำประเทศต่างๆ เพราะ 6 เดือนที่ผ่ามา ได้ชี้ชัดแล้วว่ารัฐบาลคสช.กำลังนำประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ยุคเผด็จการโบราณ

——————————————————–

เรื่อง 6 เดือน ของการรัฐประหารในไทย ประชาธิปไตยไทยไร้อนาคต

วันที่ 10 ธันวาคม 2557 ณ นครนิวยอร์ค

เรียน ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก

อาทิ ท่านประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า
ท่านนายกรัฐมนตรี โทนี่ แอบบอท
ท่านนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน เป็นต้น

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย (FTHD) ที่ได้จัดตั้งขึ้นทันทีหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22พ.ค. 57ได้ติดตามการบริหารงานของคณะรัฐประหารภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พยายามป่าวประกาศกับผู้นำทั่วโลกว่าจะนำประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยภายในหนึ่งปีนั้น ปรากฏว่าขณะนี้ได้ผ่านมาเป็นเวลา6เดือนแล้ว คณะผู้ยึดอำนาจไม่เพียงไม่กระทำการใดๆ ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตย แต่ยังออกกฎหมายและแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีความประสงค์จะสร้างประชาธิปไตยด้วยรูปธรรมดังต่อไปนี้

1. การปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ปรากฏว่าทันทีที่ยึดอำนาจได้ คณะผู้ยึดอำนาจก็ได้ใช้อำนาจเผด็จการประกาศยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีตัวแทนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมดทั่วประเทศทันที และใช้วิธีให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นเดิมทั้งหมดที่จะหมดวาระรักษาการไปก่อน

2. คณะรัฐประหารประกาศว่าจะแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อออกกฎหมายและร่างรัฐธรรมนูญนำพาประเทศชาติสู่ประชาธิปไตย แต่ปรากฏว่ากลับแต่งตั้งเฉพาะพรรคพวกและผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งเป็นทหาร ตำรวจ และข้าราชประจำเกือบทั้งหมด โดยสภาทั้งสองมีสภาพไม่ต่างอะไรจากตรายางที่ประทับรับรองความต้องการของคณะผู้ยึดอำนาจที่สั่งการลงมาเท่านั้น

3. คณะรัฐประหารประกาศให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่อวดอ้างว่าจะร่างให้เป็นประชาธิปไตย แต่ปรากฏว่าการจัดตั้งคณะยกร่างก็มีแต่ลูกน้องผู้อยู่ใต้อิทธิพลของคณะรัฐประหารทั้งสิ้น และปิดกั้นการรับฟังความเห็นของประชาชนจากวงการต่างๆ รวมทั้งห้ามประชาชนจัดประชุมสัมมนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีแนวความคิดที่จะสร้างองค์พิเศษที่เรียกว่า “คณะอภิรัฐมนตรี” ให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอีกด้วย

4. ตามที่คณะรัฐประหารได้ประกาศเป็นโรดแมปว่าจะเร่งจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วและจะเร่งจัดการเลือกตั้งภายในปลายปี 2558 นั้น ขณะนี้ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างก็ประกาศย้ำหลายครั้งว่าไม่สามารถจะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จได้ภายในปีนี้ รวมทั้งการเลือกตั้งก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายในปีหน้า และจะต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2559แต่ก็ยังกำหนดเวลาไม่ได้

5. กระบวนการยุติธรรมซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเป็นองค์ประกอบของระบอบประชาธิปไตย แต่ภายในเวลา6เดือนภายใต้การบริหารของคณะรัฐประหาร ได้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าคณะรัฐประหารได้ละเมิดหลักนิติธรรมโดยทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการใช้กฎหมายตามอำเภอใจภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า “กฎอัยการศึก” และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ให้อำนาจสูงสุดแก่หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยทำการข่มขู่จับประชาชนและเยาวชนนักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นโดยสันติปราศจากอาวุธเข้าคุกและควบคุมตัวด้วยข้อหาตามมาตรา112 ซึ่งเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์และความมั่นคงแห่งรัฐที่มีโทษรุนแรงและจับขึ้นศาลทหารที่มีเพียงศาลเดียวอยู่เสมอตั้งแต่วันแรกของการยึดอำนาจจนถึงวันนี้ และไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร และล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองด้วยความโหดร้ายและไร้หลักนิติธรรมโดยจับกุมข้าราชการตำรวจชั้นสูงในตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางและพรรคพวกลงโทษโดยไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และยังรวมไปถึงการใช้มาตรา 112 ในการปิดกั้นสื่ออีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการลงโทษจำคุกบรรณาธิการเว็บไซต์ Thai E-news

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายร้อยรูปธรรมที่คณะผู้ยึดอำนาจกระทำการให้ประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ยุคมืดและห่างไกลจากประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนทั้งในประเทศและภูมิภาคอย่างแน่นอน
ข้าพเจ้าจะได้รายงานให้ท่านทราบถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศไทย เพื่อประกอบการพิจารณาการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติ
ขอแสดงความนับถือ

นายสุนัย จุลพงศธร

อดีตประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภาไทย

ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยฯ

——————————————————–

Situation Update: 6 Months after Coup d’état in Thailand

Date: 10 December 2014, New York.

Dear President and Prime Minister around the world

[Such as : President Barack Obama, PM Tony abbott
and PM David Cameron.]
The Organization of FreeThai for Human Rights and Democracy (FTHD) was established to monitor the nominally civilian government installed and led by the Thai military junta leader, General Paryuth Chan-ocha. The Organization found that the Junta Government has not only exhibited any political will to bring Thailand back on its democratic since the coup d’état of 22 May 2014, the Junta has also further limited the rights and freedom of the Thai people. The followings concrete measures underlie the circumstances on what the Junta has attempted to do so in the past six months.

1. The Regional Administrative Organization of Thailand, which is considered one of the footholds of Thailand’s democratic milestone, was repealed by the Junta. All local elections are suspended indefinitely, and all contested seats will be retained by those who have been in position without any new election.

2. Although the Junta announced its plan to restore Thailand’s democracy through the appointment of the National Legislative Assembly and the National Reconciliation Assembly, the appointment suffers from the lack of transparency and accountability. As a matter of fact, the Junta has only appointed their people, most of which are armed forces personnel and civil servants, to both assemblies. These two national assemblies are nothing but merely the rubber stamp for the Junta

3. The Junta declared that the appointed National Reconciliation Assembly will also draft a new constitution. The junta has claims that this constitution will be a “true” democratic constitution. Yet, in reality, the Drafting Committee only consists of Junta-handpicked individuals who will represent the Junta’s interest. The Junta also announced that there will be neither public hearings, both official and unofficial, nor a referendum. Furthermore, the Drafting Committee has also proposed the appointment of non-elected “Supreme Ministry” to be the governing body over elected branches of government including the executive and legislature.

4. The Junta had once announced a roadmap to roll out a new constitution that would allow a new election in 2015. However, this is no longer a case as the junta has recently stated that the next election should not be expected until 2016 without any exact timeframe. Meanwhile, the martial law still remains in place.

5. Thailand under the Junta administration in the past six months has experienced a decadence of justice. The rules of law were bent to serve the will and vested interest of the Junta rather than to serve for justice. The Junta and, particularly, its leader—General Prayuth Chan-Ocha have abused their power through the use of the martial law and additionally unlimited power given by the provisional constitution. Many civilians and students have been detained just because they expressed their disapproval to the Junta. In much more depressing issues, many of them have been charged with lèse-majesté and have gone on trial in the court-martial, which does not give the defendants the right to appeal. A recent abuse of lèse-majesté law can be seen in the use of the law as a purge against a group of policemen. Also, this law has been used to silence the media that are deemed to threaten the political legitimacy and stability of the Junta as well. The court-martial, for example, sentenced the editor of the Thai E-News website to nearly five years in prison for lèse-majesté act.
The events and incidents stated above are just a minor fraction of what the Junta has abused. Actions that the Junta have done are nothing but a ticket to take Thailand away from democracy. This development will eventually affect the economic development and investment within Thailand and the whole Southeast Asia
It is my honor to inform you about this real current situation in Thailand for your decision that might be made regarding Thailand and Southeast Asia region during this time of turmoil.

With Best Regards,
Sunai Chulpongsatorn

Former Chairman of the Standing Committee on Foreign Affairs of the House of Representatives of Thailand

FTHD coordinator

International Human Rights’ Day

10320914_1569172759986424_7624354026783754996_o

วันนี้เป็นวันสิทธิมนุษยชน

ผมได้เขียนจดหมายถึงบุคคล และองค์การสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติ (OHCR) เจ้าหน้าที่และผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของรัฐสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ฯ และองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สหพันธ์สากลด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch เป็นต้น

โดยชี้ว่า ตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 เดือนมานี้ รัฐบาลเผด็จการทหารของไทย ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เช่น การไม่ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก และมีการจับนักกิจกรรม นักศึกษา ตลอดจนประชาชน และนักวิชาการที่จัดกิจกรรมทางวิชาการ ต่อต้านเผด็จการในประเทศ รวมถึงมีการไล่ล่าจับกุมคนเห็นต่างด้วยกฎหมายหมิ่นฯ มาตรา 112 เพื่อหวังผลทางการเมือง อันเป็นการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นขั้นพื้นฐานของคนในประเทศ

ทั้งนี้ องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ต่างก็มีความใส่ใจและสนใจตรวจสอบข้อมูลการละเมิดสิทธิฯ ของประชาชนคนไทย แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับไม่ใส่ใจ และไม่สนใจที่จะดำเนินการตรวจสอบ หรือเคลื่อนไหวในการพิทักษ์ปกป้องสิทธิของประชาชนภายในประเทศ

ท้ายที่สุด ผมขอขอบคุณไปยังองค์การ องค์กร และคณะทูตานุทูตต่างประเทศ ที่ห่วงใยใส่ใจตรวจสอบประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และขอให้ท่านโปรดติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้งให้ประชาชนไทย ตกอยู่ในภาวะโดนละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย

อดีต กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ปัจจุบัน ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยในยุโรป

***********

เนื้อหาจดหมาย

Respected friends of human rights,

December 10th 2014 is International Human Rights’ Day and I, Jaran Ditapichai, coordinator of the Organization of Free Thais for Human Rights and Democracy (FT-DH) and former National Human Rights Commissioner of Thailandwould like to informmy friends and colleague about the continued human rights violations carried by the military junta since their coup d’etat of May 22nd 2014.
As all of you might know the coup d’etat staged by the National Council for Peace and Order (NCPO) was the 12th successful coup in Thailand.The NCPO seized power from the people and from the elected government of Ms. Yingluck Shinawatra. It dissolved the democratically elected parliament, declared martial law, forbid freedom of the press and freedom of expression, and curtailed the right of peaceful assembly. The NCPO rapidly established full-blown military dictatorship. It then started issuing dictatorial decrees, followed by the establishing an interim constitution that granted them full authority and which limited people’s freedom and rights. It then appointed the National Legislative Assembly, where over half the members were military officers and appointed the government. Gen Prayuth Chan-ocha, the head of NCPO, became Prime Minister, and key members of the coup makers became ministers of important departments. The NCPO the established the so-called National Reform Council to deceive the Thai people. The last mechanism put in place by military junta is the constitutionaldrafting committee which is composed of royalists and conservatives who have continually showed their antipathy towards democratic norms in the past.

During the first 3 months of the junta they violated human rights of Thai citizens, with551 people summoned by the military without any charge. Out of that number, 242 were detained, 77 were arrested, 14 were tortured, and more than 60 were charged and now have to appear in the military court. Some have disappeared and are now presumed dead. [Until now the junta arrested 301 persons .229 are still in detentions .69 were sent to the military court.] << These numbers are very confusing as you’ve not expressed the exact time frame.

I want to draw attention to the fact that the ultimate aim of the junta is to protect the monarch. The draconian lesemajeste law – article 112 – is being daily used to suppress any discussion of the monarchy. As of today, there are 19 cases pending in the military court, including a charge levelled against myself, and the military authorities have declared they may seek to prosecute 10,000 more violations of the 112 law.

The NCPO does not only use the martial law to rule the country but it also adopts a strategy of fear, using tactics designed to inculcate fear amongst the general population . Often military units are deployed in convoys to specific targeted villages inthe North and Northeastregions where there are strong bases of the red shirt pro-democracy movement. Local military commanders have prevented students, academics and NGO’s activists from holding even no-political seminars & debates and “summoned” those who still tried to continue with their activities. Last month,16students who used the 3 finger salute from the Hunger Game’s film as a symbol of resistance to the junta were immediately taken away a police stations with solders searching the students who distributed leaflets.

The military government of General Prayut Chan-Ocha does not respect the UN orInternational Conventions and Covenants to which Thailand is a party. These include the Universal Declaration of Human Rights (UDHR),theInternational Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) and the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment.

The state run human rights organisations – and especially the National Human Rights Commission- do not play any role to protectthe human rights of Thais.However, international organisations such as the EU, theOffice of the High Commissioner for Human Rights, Human rights Watch, the International Federation of Human Rights and Amnesty International are all monitoring the violation of human rights in Thailand.

Finally, yet importantly, I would like to personally thank the various countries that did not recognize the coup, and have since applied pressure to the military government to stop violating human rights. We hope this effort continues and hope that they continue to demand the return of democracy through election to Thailand as soon as possible.

Jaran Ditapichai

European Coordinator of FT-DH

Condemning General Prayuth Chan-ocha’s Selection As Thailand’s Prime Minister And Calling For People’s Resistance By All Means

10634134_1518824175021283_8081437711638094002_o

Statement

The Organisation of Free Thais
For Human Rights And Democracy (FT-HD)
August 21, 2014

Condemning General Prayuth Chan-ocha’s Selection As Thailand’s Prime Minister
And Calling For People’s Resistance By All Means

—————————————————————

The Organisation of Free Thais For Human Rights And Democracy (FT-HD) condemns the selection of General Prayuth Chan-ocha as Thailand’s Prime Minister, for the following reasons:

1. It is by way of a military dictatorship regime and is completely illegitimate to democratic principles and values.

It is abundantly evident that General Prayuth Chan-ocha, along with other military leaders, had effectively assisted the Bangkok-shutdown rebellious group called PDRC, led by its Secretary-General Mr. Suthep Tueksuban, in order to legitimise a military takeover and to have overthrown the people’s government. Since the coup d’tat on May 22, 2014, General Prayuth, in the name of NCPO or the National Council for Peace and Order, has clearly indicated his intention to reverse democratising Thailand to a state of military dictatorship. He has not indicated any desire for democracy and democratisation. For instance, the self-made constitution, numerous and continuing illegal arrests and violations of basic human rights, threatening people and members of the mass media for exercising free speech, the self-appointed members of the so-called “National Assembly”, and the scrapping of the local electoral structure which the entire democracy has been based upon.

2. NCPO’s Selection of Prime Minister is only a political farce and in violation of the rule of law.

The Thai public and indeed the world is aware that members of “the National Legislative Assembly” were all hand-picked entirely at the pleasure of the dictator, Prayuth Chan-ocha, in order to select him as Prime Minister. This selection can never be justified or legitimised as a people’s decision. Even the process itself, with the nomination of one name for consideration, has been derided as a “rubber stamp” and brought international shame to our country. We conclude that such a political disgrace is the worst form of political kick-back.

For the aforementioned reasons, FT-HD asks all democracy lovers, both in Thailand and abroad, to condemn and resist the selection of General Prayuth Chan-ocha as Thailand’s new Prime Minister, and to go against the entire regime in every way and in various forms. We also call for written messages explaining the negative repercussions of this abuse of power to the development and progress of Southeast Asia’s democratisation and the undermining of foreign investment and free-market development, and have it sent to respective ministries of foreign affairs, embassies, and / or diplomatic offices around the world.

We the FT-HD firmly believe that a regime not from the people will never have people’s interests at heart.

Mr. Charupong Rueangsuwan
Secretary-General, The Organisation of Free Thais For Human Rights And Democracy

คัดค้านการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ เรียกร้องให้คัดค้านรัฐบาลเผด็จการทหารในทุกวิถีทาง

10541403_1518050615098639_1146514312859122403_o

แถลงการณ์

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
วันที่ 21 สิงหาคม 2557

เรื่อง คัดค้านการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ
เรียกร้องให้คัดค้านรัฐบาลเผด็จการทหารในทุกวิถีทาง
—————————————————————————————–

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยนและประชาธิปไตย ขอประกาศคัดค้านการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลดังนี้

1. เป็นรัฐบาลเผด็จการทหาร และมาโดยไม่ชอบธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ร่วมมือกับคณะอดีตผู้นำทหาร ทำการสนับสนุนการก่อจลาจลปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่มกบฎ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อการรัฐประหาร ล้มรัฐบาลของประชาชน และนับตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ในการปกครองประเทศ โดยใช้ระบบเผด็จการทหารสมบูรณ์แบบ และไม่เคยแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมใด ๆ เลย ที่จะนำประเทศชาติไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อาทิ เช่น การออกรัฐรัฐธรรมนูญเผด็จการตามอำเภอใจของตน การจับกุมประชาชนโดยไม่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม ข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชน ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นตามอำเภอใจ เพื่อประโยชน์เฉพาะตน รวมทั้ง การยกเลิกระบอบการเลือกตั้งของการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยมายาวนาน

2. การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ของ สนช. เป็นเพียงฉากละคร ที่จัดขึ้น ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมทางการเมือง

เป็นที่ปรากฎต่อสาธารณชนโดยชัดแจ้งแล้วว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาจากการแต่งตั้งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามอำเภอใจ แต่ผู้เดียว โดยคัดเลือกจากบุคคลที่จะสนับสนุนตนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น พฤติกรรมดังกล่าวจึงไม่มีความชอบธรรมใด ๆ ที่จะกล่าวอ้างต่อสาธารณชนว่า ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนได้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังขัดกับ หลักนิติธรรมทางการเมือง ที่ผู้ลงคะแนนรับรอง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการเสนอชื่อเพียงคนเดียว และด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์นั้น ถือได้ว่า ผู้ลงคะแนนและผู้ได้รับการแต่งตั้ง มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นการต่างตอบแทนที่น่าอัปยศที่สุด

ด้วยเหตุผลข้างต้น องค์การเสรีไทยฯ ขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ร่วมกันต่อต้านและคัดค้านการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐบาลเผด็จการทหารชุดนี้ ในทุกวิถีทาง และ รูปการณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น ทำหนังสือคัดค้าน ที่ชี้ให้เห็นผลร้าย ที่จะเกิดขึ้นต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเกิดผลกระทบต่อการลงทุน การพัฒนาตลาดเสรีในภูมิภาค โดยการรวมพลังส่งหนังสือคัดค้านไปยังกระทรวงการต่างประเทศในประเทศที่ท่านพักอาศัย หรือยื่นหนังสือคัดค้านต่อสถานทูตต่าง ๆ ในประเทศไทยตามเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่
องค์การเสรีไทยฯ เชื่อมั่นว่า รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ย่อมไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน.
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

เรียกร้องให้ คสช.หยุดคุกคาม จับกุม คุมขังประชาชน

10535700_1516497078587326_4073671342705310043_o

เรียกร้องให้ คสช.หยุดคุกคาม จับกุม คุมขังประชาชน

นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คณะผู้รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทวีการปราบปรามและควบคุมประชาชน ด้วยการออกคำสั่งให้นักการเมือง แกนนำขบวนการประชาชน นักวิชาการ นักเขียน สื่อมวลชนไปรายงานตัว ๕๗๐ คน จับกุม ๒๓๕ คน ดำเนินดีโดยศาลทหาร ๖๐ คน ศาลอาญา ๑๗ คน ผู้ถูกจับกุมที่ไม่เป็นข่าว รวมทั้งหมดเกือบพันคน แม้ส่วนใหญ่จะถูกปล่อยตัว โดยมีเงื่อนไข และคสช.ใช้วิธีการต่างๆ ควบคุมมิให้เคลื่อนไหวใดๆ

ล่าสุด เข้าจับกุมนักศึกษา ๒ คน คือ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนางสาวภรณ์ทิพย์ มั่นคง ในข้อหาดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ จากการแสดงละคอน เรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ในงานฉลอง ๔๐ ปี กรณี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖

ผมในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานดังกล่าว ขอชี้แจงว่า การแสดงละคอน เจ้าสาวหมาป่า เป็นส่วนหนึ่งของรายการศิลปวัฒนธรรมในงานฉลอง ๔๐ ปี ๑๔ ตุลาคม ซึ่งมีรายการอื่นๆ เช่น ดนตรี ลิเก และ งิ้ว กล่าวเฉพาะละคอน เจ้าสาวหมาป่า จัดแสดงโดย คณะประกายไฟ ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา เยาวชนชุมชนแออัด เป็นคณะละคอนสมัยใหม่ เคยแสดงตามเวที ลานแสดงกลางแจ้ง และบนถนน

ละคอนเจ้าสาวหมาป่า เป็นการแสดงศิลปะ แม้จะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ก็เหมือนๆกับละคอน หนังตะลุง และภาพยนต์จักรๆวงศ์ ๆ ซึ่งไม่น่าจะเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์

จึงขอประท้วงการจับกุมนักศึกษาทั้ง ๒ คน เพราะเป็นการละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรม และเสรีภาพแสดงความคิดเห็น และขอเรียกร้องศาลทหารพิจารณาให้ประกันตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดไล่ล่าจับกุมนักเรียนนักศึกษาผู้แสดงละคอนคนอื่นๆ พวกเขาเป็นเยาวชนกำลังเรียนหนังสือ และที่สำคัญ คสช.จะต้องหยุดคุกคามปราบปรามประชาชนทั่วประเทศ

ขอเรียกร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะต้องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่กระทำโดยคสช.อย่างจริงจัง ในระดับสากล ผมได้ส่งข่าวและ ร้องเรียนต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (OHCHR) สหภาพยุโรป (European Union) องค์การสอดส่องด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch) ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และองค์การมาตรา ๑๙ ( Article19 ) ในอังกฤษ คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนด้านสิทธิมนุษยชน (AICHR) และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของรัฐสภาอาเซียน

เชื่อมั่นว่า องค์การเหล่านี้จะจับตาและแสดงท่าทีต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังกล่าว

จรัล ดิษฐาอภิชัย

ผู้ประสานงานยุโรป
องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

Rejection and condemnation of the dictatorship regime’s interim constitution

10475675_1516459571924410_7966990095180590668_n

Statement of the Organisation of Free Thais for Human Rights and Democracy (FT-HD)

Regarding our rejection and condemnation of the dictatorship regime’s interim constitution.

The National Council for Peace and Order (NCPO) – the title the May 2014 Thai coup-makers bestowed on themselves – received from the King, on July 22nd, a document they’ve called the 2014 interim constitution. In order to do so the NCPO has exercised power by stealing the people’s sovereignty and illegally enforcing itself as the highest law in Thailand. The FT-HD wants to make it clear that NCPO is a criminal organisation that has committed outrageous wrongdoing and which has sought to intentionally destroy democracy. The NCPO claimed that it seized power in order to solve the country’s problems and return “happiness” to the Thai people but, all along, it was aware of and taking part in a plot to topple the democratically-elected government. Therefore it has no legal rights and legitimacy to give any kind of orders as if it were Thailand’s head of state. The Thai people have no legal duty to abide by this “interim constitution”. We want to affirm that we will not accept the NCPO’s power which comes via both physically enforcement and intimidation and we ask those who support democracy to stand with us in firm unity.

The contents of each section-including section 48-of the Royally-endorsed interim constitution, contradicts basic democratic principles. Overall, it is a document created in order to serve a small group of people in Thailand which includes the network of the establishment and the privileged. The interim constitution dismisses 65 million people and treats them as if they are subordinates who can be arbitrarily ordered by the ruler. This dictatorship-mindset appears in the entire interim constitution and it is evident that the establishment-network which ordered the coup has completely abandoned democracy. The ongoing-conflict is deeply rooted in Thai society and primarily derives from this backward establishment mindset so nobody should be fooled by the coup makers and the NCPO’s propaganda.

Nevertheless, we want to focus on specific examples in the interim constitution as we are shocked that such instruments of governance still exist in the modern world. We want to stress that we are opposed to the dictatorship-regime that now dominates Thailand. We ask ordinary people to examine with good conscience these following sections of the interim constitution by themselves:

1. Section 35 is intentionally laid down by Thai dictator in order to potentially create a permanent monopoly of power. This section aims to destroy any opportunity for Thai society to return to a stable democratic system. It destroys the political party system and any majority in the parliament is dismissed as being sovereign as the constitutional court would be given excessive power and allowed to destroy the election mechanism at anytime. It also gives huge powers to the Election Commissioner to make final decision as to who violated the law regarding vote buying and it has power to ban that person from political activity forever. Without any democrat oversight this could easily lead to persecution and the curtailment of political rights. In short, this section aims to destroy the people’s opportunity to vote for the political party of their choice.

2. Section 38 grants power to repeatedly draft a new constitution over and over, without any timeframe, until they find one that fits their purpose the best. It is similar to what happened during the military dictatorship of Field Marshal Sarit Thanarat and Field Marshal Thanom Kittikachorn during the 1950s and 60s-then it took 12 years to finish drafting the constitution. The coup makers and the establishment network can use this section as a pretext to delay the constitution drafting process as long as they want. As we at the FT-HD have warned the point of the coup is to seize power and dominate Thailand for a period of time until they are certain that ordinary Thai people will not be able to stand up and make demands again.

3. Section 44 is not much different from section 17 of Field Marshal Sarit Thanarat’s constitution as this section gives unlimited and absolute power to the coup makers, who, ultimately rely on the of use force to seize power. It grants impunity for them and whoever colludes with them, so completely and utterly they can never be held to account for their crimes. This section is shameful and reduces the dignity of Thailand and its people.

4. This document grants huge power to governmental officers as it allows them to hold political positions. The principle that Thai people should be in control of the direction of the state and its officers is destroyed immediately. From now on, we might see governmental officers using power to intimidate Thai citizens. It will take Thailand backwards to a past when governmental officers held power over and above the taxpayers and citizens who pay for their work. Such unaccountable power is as at the centre of the dictatorship regime’s nature.

The FT-HD and its supporters believe that regulations regarding the rights and freedoms of the Thai people as they appear in this interim constitution are completely meaningless as the document grants overbearing power to the authorities, allows them to dominate the whole system. We affirm that the coup makers and its dictatorship network is an enemy of the Thai people and their rights and freedom.

The NCPO have announced repeatedly that they seized power illegally because they wanted to begin a “political reform” process to “reduce conflict. However it has become evident that the interim constitution is setting out to establish a dictatorship in order to curtail people’s power and destroy the election process completely. It should be noted that there is nothing in the interim constitution that talks about reforming the court, the judiciary power, the so-called “independent organs”, the bureaucracy and even the army itself, all of which are key elements in exacerbating Thailand’s political problems over the last decade. These elements have all used illegal power to force the people into the direction they want and have used weapons to suppress the people. We want to condemn the document called “the 2014 interim constitution” which has been produced by the coup makers as it is an illegal document which seeks to destroy democracy.

In the coming days and weeks the FT-HD will present the People’s Constitution in order to return democracy and sovereignty to the Thai people. Meanwhile, Thais and foreigners who support democracy should continue to protest against illegal power of the NCPO by distributing the FT-HD’s symbol whenever the opportunity allows in order to show that those who support democracy still exist and are ready to stand up to the establishment.

Statement issued on Friday, July 25, 2014.

โดย เลขาธิการองค์การเสรีไทย

แถลงการณ์ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

10425080_1516459738591060_7306841009136924869_n

แถลงการณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

เรื่อง ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

ตามที่คณะรัฐประหารผู้เรียกตนเองว่า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. ได้รับพระราชทานเอกสารที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ และใช้อำนาจที่ยึดมาโดยผิดกฎหมาย ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินไทยนั้น องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ขอประกาศว่าโดยที่ คสช. นั้นเองเป็นองค์การอาชญากรรมที่กระทำความผิดอย่างอุกอาจและจงใจเจตนาในการทำลายประชาธิปไตย อ้างว่ากระทำการยึดอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาและจะคืนความสุขให้กับปวงชนชาวไทย ทั้งที่ตนเองมีส่วนรู้เห็นหรือแม้แต่มีส่วนร่วมกับแผนบ่อนทำลายรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายและความชอบธรรมใดๆ ที่จะออกคำสั่งแก่ปวงชนชาวไทย ดั่งว่า ตนเองเป็นประมุขแห่งรัฐ เอกสารที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญฯ ฉบับนี้ จึงไม่ควรถือว่ามีอำนาจผูกพันใดๆ ต่อสิทธิ เสรีภาพ และการแสดงออกทางกฎหมายของปวงชนชาวไทย เราจึงขอยืนยันไม่ยอมรับอำนาจ อันเกิดจากการใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าข่มขู่บังคับเช่นนี้ และขอให้ผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีจุดยืนที่แน่วแน่ร่วมกันดังกล่าว

ความในมาตราต่างๆ ทั้ง ๔๘ มาตรา ที่คณะรัฐประหาร คสช. ได้รับพระราชทานมานั้น มีสาระที่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่เกือบทั้งฉบับ ในภาพรวมนั้น ก็เป็นเอกสารที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้เครือข่ายอำนาจเดิมและอภิสิทธิ์ชน ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิดของสังคมไทย โดยไม่ได้ใส่ใจต่อความรู้สึกนึกคิดของปวงชนชาวไทย ๖๕ ล้านคนเลย ประหนึ่งว่าพวกเราคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะถูกสั่งการให้กระทำการใดๆ ก็ได้ตามอำเภอใจของผู้สั่งการ ทัศนคติเผด็จการเยี่ยงนี้ ปรากฎชัดทั่วไปทั้งฉบับ เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เครือข่ายอำนาจเดิมที่นำมาสู่การรัฐประหารในคราวนี้ มีความขัดแย้งขั้นพื้นฐานกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยตลอดมา ก็มาจากทัศนคติอันล้าหลังเยี่ยงนี้ เราจึงไม่อาจปลงใจเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งปวงของคณะรัฐประหาร คสช. ได้เลย

อย่างไรก็ตาม เราขอยกตัวอย่างสาระที่ไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฎในโลกยุคใหม่ จากเอกสารฉบับนี้บางมาตราไว้ให้ปรากฎ เพื่อย้ำยืนยันจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการที่กำลังครอบงำเมืองไทย และให้วิญญูชนได้พิจารณาด้วยตนเอง ดังนี้

๑. มาตรา ๓๕ เป็นมาตราที่ระบอบเผด็จการไทย จงใจเจตนาวางรากฐานของการผูกขาดอำนาจในระยะยาวจนอาจถึงขั้นถาวร วรรคต่างๆ ในมาตรานี้ มีเจตนาทำลายโอกาสที่สังคมไทยจะได้กลับคืนสู่ภาวะประชาธิปไตยอันมั่นคง ด้วยการทำลายระบบพรรคการเมือง เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแตกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย คงอำนาจอันล้นพ้นของศาลรัฐธรรมนูญที่จะทำลายกลไกที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อใดก็ได้ องค์การอิสระของรัฐ ที่ไม่เคยเป็นอิสระจริง ก็ยังมีอำนาจมากมายต่อไปในบทบาทผู้แสดงสมทบของระบอบเผด็จการไทย แม้แต่การให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจชี้ขาดสูงสุดว่า บุคคลใดกระทำผิดในฐานะซื้อเสียงและให้คนผู้นั้นหมดสิทธิทางการเมืองไปชั่วชีวิต ก็เป็นหนทางที่อาจนำมาสู่การกลั่นแกล้งรังแกและละเมิดสิทธิทางการเมืองได้ไม่ยาก รวมความแล้ว มาตรานี้มีความประสงค์ที่จะทำลายโอกาส ที่ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดด้วยเสียงข้างมากเช่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้นมา

๒. มาตรา ๓๘ ที่ให้อำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่รู้จบ ร่างเสร็จไม่พอใจก็ยกร่างใหม่ ได้ตามความพอใจอย่างไม่มีกรอบเวลา ก็นับเป็นการย้อนยุครัฐธรรมนูญแบบเผด็จการทหารที่เราเคยผ่านมาแล้วในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องกับ จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญยาวนานถึง ๑๒ ปี คณะรัฐประหารและเครือข่ายอำนาจเดิมของไทย สามารถที่จะใช้ความข้อนี้ยืดระยะการร่างรัฐธรรมนูญต่อไปได้นานเท่านาน ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่องค์การเสรีไทยฯ ได้กล่าวไว้ตั้งแต่แรกเริ่มว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ต้องการครอบงำประเทศไทย เป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนกว่าเขาจะแน่ใจว่าปวงชนชาวไทยไม่สามารถลุกขึ้นมาแบ่งปันอำนาจหรือต่อรองใดๆ กับเขาได้อีก

๓. มาตรา ๔๔ ก็ไม่แตกต่างนักกับมาตรา ๑๗ สมัยเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาตรานี้ให้อำนาจอย่างกว้างขวางและเบ็ดเสร็จกับคณะที่ใช้กำลังเข้ายึดครองอำนาจการปกครองแผ่นดิน ถึงขั้นล้างบาปอันใหญ่หลวงให้กับตนเองและผู้สมรู้ร่วมคิดโดยสิ้นเชิง มิหนำซ้ำยังตั้งตัวเหนือหลักการนิติรัฐ-นิติธรรม อันเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายและไม่มีศักดิ์ศรีใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย

๔. เอกสารฉบับนี้ให้อำนาจอย่างล้นพ้นแก่ข้าราชการประจำของรัฐ โดยให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิม หลักการที่ปวงชนชาวไทยเป็นผู้กำหนดทิศทางของรัฐ โดยมีข้าราชการประจำมีหน้าที่รับปฏิบัติ ถูกทำลายลงในพริบตา จากนี้ไปเราอาจได้เห็นข้าราชการประจำแสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นบรรยากาศย้อนยุคไปในอดีต ที่ผู้ทำงานให้กับรัฐมีอำนาจเหนือกว่าประชาชนผู้เสียภาษีอากร มาเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนของเขา นับเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบอบเผด็จการโดยแท้

องค์การเสรีไทยฯ และผู้สนับสนุน เห็นว่าข้อกำหนดใดๆ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการนี้ นับว่าไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เนื่องจากว่า มาตราที่ให้อำนาจอย่างล้นเหลือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีลักษณะที่ครอบงำการใช้อำนาจรัฐทั้งระบบอยู่แล้ว จึงขอยืนยันว่าคณะรัฐประหารและเครือข่ายเผด็จการไทย มีเจตนาอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

การที่คณะรัฐประหาร คสช. ประกาศซ้ำอยู่หลายครั้งว่า พวกเขาได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองอย่างผิดกฎหมาย ก็เพื่อต้องการให้เกิดกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความขัดแย้งนั้น แต่สิ่งที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการ แสดงชัดเจนว่าได้ตัดขาดอำนาจของประชาชนออกจากกระบวนการเลือกตั้งออกโดยสิ้นเชิง และไม่มีที่ใดในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการที่ระบุถึงมาตรการปฏิรูปศาลและอำนาจในกระบวนการยุติธรรม องค์การอิสระฯ ระบบราชการ และแม้แต่กองทัพแห่งชาติเอง ทั้งที่ทุกสถาบันในประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ จึงนับเป็นการใช้อำนาจเถื่อนบังคับขับไสปวงชนชาวไทยไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ โดยใช้กำลังและอาวุธกดขี่ประชาชน

เราจึงขอประณามเอกสารซึ่งคณะรัฐประหารเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ ว่าเป็นเอกสารเถื่อน และเป็นมิจฉาทิฏฐิต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนั้น องค์การเสรีไทยฯ ขอรับเป็นผู้ประสานงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นในเร็ววันนี้ เพื่อให้เป็นทางเลือกของปวงชนชาวไทยต่อไป ในระหว่างดำเนินการในเรื่องนี้ ปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย โปรดแสดงการต่อต้านอำนาจเถื่อนของเผด็จการ คสช. ด้วยการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในทุกโอกาสที่ท่านสามารถกระทำได้ เพื่อแสดงว่าชาวประชาธิปไตยยังมีตัวตนและพร้อมต่อสู้เพื่อทำลายอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทยต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง

แถลง ณ วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗