Condemning General Prayuth Chan-ocha’s Selection As Thailand’s Prime Minister And Calling For People’s Resistance By All Means

10634134_1518824175021283_8081437711638094002_o

Statement

The Organisation of Free Thais
For Human Rights And Democracy (FT-HD)
August 21, 2014

Condemning General Prayuth Chan-ocha’s Selection As Thailand’s Prime Minister
And Calling For People’s Resistance By All Means

—————————————————————

The Organisation of Free Thais For Human Rights And Democracy (FT-HD) condemns the selection of General Prayuth Chan-ocha as Thailand’s Prime Minister, for the following reasons:

1. It is by way of a military dictatorship regime and is completely illegitimate to democratic principles and values.

It is abundantly evident that General Prayuth Chan-ocha, along with other military leaders, had effectively assisted the Bangkok-shutdown rebellious group called PDRC, led by its Secretary-General Mr. Suthep Tueksuban, in order to legitimise a military takeover and to have overthrown the people’s government. Since the coup d’tat on May 22, 2014, General Prayuth, in the name of NCPO or the National Council for Peace and Order, has clearly indicated his intention to reverse democratising Thailand to a state of military dictatorship. He has not indicated any desire for democracy and democratisation. For instance, the self-made constitution, numerous and continuing illegal arrests and violations of basic human rights, threatening people and members of the mass media for exercising free speech, the self-appointed members of the so-called “National Assembly”, and the scrapping of the local electoral structure which the entire democracy has been based upon.

2. NCPO’s Selection of Prime Minister is only a political farce and in violation of the rule of law.

The Thai public and indeed the world is aware that members of “the National Legislative Assembly” were all hand-picked entirely at the pleasure of the dictator, Prayuth Chan-ocha, in order to select him as Prime Minister. This selection can never be justified or legitimised as a people’s decision. Even the process itself, with the nomination of one name for consideration, has been derided as a “rubber stamp” and brought international shame to our country. We conclude that such a political disgrace is the worst form of political kick-back.

For the aforementioned reasons, FT-HD asks all democracy lovers, both in Thailand and abroad, to condemn and resist the selection of General Prayuth Chan-ocha as Thailand’s new Prime Minister, and to go against the entire regime in every way and in various forms. We also call for written messages explaining the negative repercussions of this abuse of power to the development and progress of Southeast Asia’s democratisation and the undermining of foreign investment and free-market development, and have it sent to respective ministries of foreign affairs, embassies, and / or diplomatic offices around the world.

We the FT-HD firmly believe that a regime not from the people will never have people’s interests at heart.

Mr. Charupong Rueangsuwan
Secretary-General, The Organisation of Free Thais For Human Rights And Democracy

Advertisements

คัดค้านการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ เรียกร้องให้คัดค้านรัฐบาลเผด็จการทหารในทุกวิถีทาง

10541403_1518050615098639_1146514312859122403_o

แถลงการณ์

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
วันที่ 21 สิงหาคม 2557

เรื่อง คัดค้านการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ
เรียกร้องให้คัดค้านรัฐบาลเผด็จการทหารในทุกวิถีทาง
—————————————————————————————–

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยนและประชาธิปไตย ขอประกาศคัดค้านการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลดังนี้

1. เป็นรัฐบาลเผด็จการทหาร และมาโดยไม่ชอบธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ร่วมมือกับคณะอดีตผู้นำทหาร ทำการสนับสนุนการก่อจลาจลปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่มกบฎ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อการรัฐประหาร ล้มรัฐบาลของประชาชน และนับตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ในการปกครองประเทศ โดยใช้ระบบเผด็จการทหารสมบูรณ์แบบ และไม่เคยแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมใด ๆ เลย ที่จะนำประเทศชาติไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อาทิ เช่น การออกรัฐรัฐธรรมนูญเผด็จการตามอำเภอใจของตน การจับกุมประชาชนโดยไม่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม ข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชน ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นตามอำเภอใจ เพื่อประโยชน์เฉพาะตน รวมทั้ง การยกเลิกระบอบการเลือกตั้งของการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยมายาวนาน

2. การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ของ สนช. เป็นเพียงฉากละคร ที่จัดขึ้น ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมทางการเมือง

เป็นที่ปรากฎต่อสาธารณชนโดยชัดแจ้งแล้วว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาจากการแต่งตั้งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามอำเภอใจ แต่ผู้เดียว โดยคัดเลือกจากบุคคลที่จะสนับสนุนตนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น พฤติกรรมดังกล่าวจึงไม่มีความชอบธรรมใด ๆ ที่จะกล่าวอ้างต่อสาธารณชนว่า ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนได้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังขัดกับ หลักนิติธรรมทางการเมือง ที่ผู้ลงคะแนนรับรอง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการเสนอชื่อเพียงคนเดียว และด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์นั้น ถือได้ว่า ผู้ลงคะแนนและผู้ได้รับการแต่งตั้ง มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นการต่างตอบแทนที่น่าอัปยศที่สุด

ด้วยเหตุผลข้างต้น องค์การเสรีไทยฯ ขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ร่วมกันต่อต้านและคัดค้านการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐบาลเผด็จการทหารชุดนี้ ในทุกวิถีทาง และ รูปการณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น ทำหนังสือคัดค้าน ที่ชี้ให้เห็นผลร้าย ที่จะเกิดขึ้นต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเกิดผลกระทบต่อการลงทุน การพัฒนาตลาดเสรีในภูมิภาค โดยการรวมพลังส่งหนังสือคัดค้านไปยังกระทรวงการต่างประเทศในประเทศที่ท่านพักอาศัย หรือยื่นหนังสือคัดค้านต่อสถานทูตต่าง ๆ ในประเทศไทยตามเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่
องค์การเสรีไทยฯ เชื่อมั่นว่า รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ย่อมไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน.
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

สาส์นแสดงความยินดีร่วมกับผู้รักประชาธิปไตย ในสวีเดน

10495045_1517248151845552_792980804415165275_o

สาส์นแสดงความยินดีร่วมกับผู้รักประชาธิปไตย ในสวีเดน

ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง ที่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยในสวีเดิน ได้ตัดสินใจจัดตั้ง องค์การเสรีไทยสวีเดน ขึ้นเป็นเครือข่ายร่วมกัน

ผมถือว่า คำว่า “เสรีไทย” เป็นของประชาชน เพื่อประชาชน มีลักษณะทางประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยแห่งสามัญชน ที่ทุกคน และทุกองค์กร ในแต่ละประเทศ มีความเสมอภาคกัน และร่วมมือกันในการแสดงออกถึงความรักชาติ รักประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการทหาร

ในโอกาสที่ท่านร่วมก่อกำเนิดอุดมการณ์เสรีไทยขึ้นในสวีเดนครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจ ที่พวกเราจะได้พลิกฟื้นประวัติศาสตร์ สร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ สมคำประกาศของคณะราษฎรว่า “อำนาจสูงสุด เป็นของพวกเราคนไทยทั้งหลาย” องค์การเสรีไทยฯ จะร่วมมือกัน เพื่อนำพาประชาชนมุ่งสู่ความก้าวหน้าและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังเช่นประเทศสวีเดนที่ท่านดำรงชีวิตอยู่ในขณะนี้

ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาธิปไตย

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

เลขาธิการ องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
และประชาธิปไตย

18 สิงหาคม 2557

เรียกร้องให้ คสช.หยุดคุกคาม จับกุม คุมขังประชาชน

10535700_1516497078587326_4073671342705310043_o

เรียกร้องให้ คสช.หยุดคุกคาม จับกุม คุมขังประชาชน

นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คณะผู้รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทวีการปราบปรามและควบคุมประชาชน ด้วยการออกคำสั่งให้นักการเมือง แกนนำขบวนการประชาชน นักวิชาการ นักเขียน สื่อมวลชนไปรายงานตัว ๕๗๐ คน จับกุม ๒๓๕ คน ดำเนินดีโดยศาลทหาร ๖๐ คน ศาลอาญา ๑๗ คน ผู้ถูกจับกุมที่ไม่เป็นข่าว รวมทั้งหมดเกือบพันคน แม้ส่วนใหญ่จะถูกปล่อยตัว โดยมีเงื่อนไข และคสช.ใช้วิธีการต่างๆ ควบคุมมิให้เคลื่อนไหวใดๆ

ล่าสุด เข้าจับกุมนักศึกษา ๒ คน คือ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนางสาวภรณ์ทิพย์ มั่นคง ในข้อหาดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ จากการแสดงละคอน เรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ในงานฉลอง ๔๐ ปี กรณี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖

ผมในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานดังกล่าว ขอชี้แจงว่า การแสดงละคอน เจ้าสาวหมาป่า เป็นส่วนหนึ่งของรายการศิลปวัฒนธรรมในงานฉลอง ๔๐ ปี ๑๔ ตุลาคม ซึ่งมีรายการอื่นๆ เช่น ดนตรี ลิเก และ งิ้ว กล่าวเฉพาะละคอน เจ้าสาวหมาป่า จัดแสดงโดย คณะประกายไฟ ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา เยาวชนชุมชนแออัด เป็นคณะละคอนสมัยใหม่ เคยแสดงตามเวที ลานแสดงกลางแจ้ง และบนถนน

ละคอนเจ้าสาวหมาป่า เป็นการแสดงศิลปะ แม้จะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ก็เหมือนๆกับละคอน หนังตะลุง และภาพยนต์จักรๆวงศ์ ๆ ซึ่งไม่น่าจะเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์

จึงขอประท้วงการจับกุมนักศึกษาทั้ง ๒ คน เพราะเป็นการละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรม และเสรีภาพแสดงความคิดเห็น และขอเรียกร้องศาลทหารพิจารณาให้ประกันตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดไล่ล่าจับกุมนักเรียนนักศึกษาผู้แสดงละคอนคนอื่นๆ พวกเขาเป็นเยาวชนกำลังเรียนหนังสือ และที่สำคัญ คสช.จะต้องหยุดคุกคามปราบปรามประชาชนทั่วประเทศ

ขอเรียกร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะต้องตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่กระทำโดยคสช.อย่างจริงจัง ในระดับสากล ผมได้ส่งข่าวและ ร้องเรียนต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (OHCHR) สหภาพยุโรป (European Union) องค์การสอดส่องด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch) ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และองค์การมาตรา ๑๙ ( Article19 ) ในอังกฤษ คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนด้านสิทธิมนุษยชน (AICHR) และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของรัฐสภาอาเซียน

เชื่อมั่นว่า องค์การเหล่านี้จะจับตาและแสดงท่าทีต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังกล่าว

จรัล ดิษฐาอภิชัย

ผู้ประสานงานยุโรป
องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

Rejection and condemnation of the dictatorship regime’s interim constitution

10475675_1516459571924410_7966990095180590668_n

Statement of the Organisation of Free Thais for Human Rights and Democracy (FT-HD)

Regarding our rejection and condemnation of the dictatorship regime’s interim constitution.

The National Council for Peace and Order (NCPO) – the title the May 2014 Thai coup-makers bestowed on themselves – received from the King, on July 22nd, a document they’ve called the 2014 interim constitution. In order to do so the NCPO has exercised power by stealing the people’s sovereignty and illegally enforcing itself as the highest law in Thailand. The FT-HD wants to make it clear that NCPO is a criminal organisation that has committed outrageous wrongdoing and which has sought to intentionally destroy democracy. The NCPO claimed that it seized power in order to solve the country’s problems and return “happiness” to the Thai people but, all along, it was aware of and taking part in a plot to topple the democratically-elected government. Therefore it has no legal rights and legitimacy to give any kind of orders as if it were Thailand’s head of state. The Thai people have no legal duty to abide by this “interim constitution”. We want to affirm that we will not accept the NCPO’s power which comes via both physically enforcement and intimidation and we ask those who support democracy to stand with us in firm unity.

The contents of each section-including section 48-of the Royally-endorsed interim constitution, contradicts basic democratic principles. Overall, it is a document created in order to serve a small group of people in Thailand which includes the network of the establishment and the privileged. The interim constitution dismisses 65 million people and treats them as if they are subordinates who can be arbitrarily ordered by the ruler. This dictatorship-mindset appears in the entire interim constitution and it is evident that the establishment-network which ordered the coup has completely abandoned democracy. The ongoing-conflict is deeply rooted in Thai society and primarily derives from this backward establishment mindset so nobody should be fooled by the coup makers and the NCPO’s propaganda.

Nevertheless, we want to focus on specific examples in the interim constitution as we are shocked that such instruments of governance still exist in the modern world. We want to stress that we are opposed to the dictatorship-regime that now dominates Thailand. We ask ordinary people to examine with good conscience these following sections of the interim constitution by themselves:

1. Section 35 is intentionally laid down by Thai dictator in order to potentially create a permanent monopoly of power. This section aims to destroy any opportunity for Thai society to return to a stable democratic system. It destroys the political party system and any majority in the parliament is dismissed as being sovereign as the constitutional court would be given excessive power and allowed to destroy the election mechanism at anytime. It also gives huge powers to the Election Commissioner to make final decision as to who violated the law regarding vote buying and it has power to ban that person from political activity forever. Without any democrat oversight this could easily lead to persecution and the curtailment of political rights. In short, this section aims to destroy the people’s opportunity to vote for the political party of their choice.

2. Section 38 grants power to repeatedly draft a new constitution over and over, without any timeframe, until they find one that fits their purpose the best. It is similar to what happened during the military dictatorship of Field Marshal Sarit Thanarat and Field Marshal Thanom Kittikachorn during the 1950s and 60s-then it took 12 years to finish drafting the constitution. The coup makers and the establishment network can use this section as a pretext to delay the constitution drafting process as long as they want. As we at the FT-HD have warned the point of the coup is to seize power and dominate Thailand for a period of time until they are certain that ordinary Thai people will not be able to stand up and make demands again.

3. Section 44 is not much different from section 17 of Field Marshal Sarit Thanarat’s constitution as this section gives unlimited and absolute power to the coup makers, who, ultimately rely on the of use force to seize power. It grants impunity for them and whoever colludes with them, so completely and utterly they can never be held to account for their crimes. This section is shameful and reduces the dignity of Thailand and its people.

4. This document grants huge power to governmental officers as it allows them to hold political positions. The principle that Thai people should be in control of the direction of the state and its officers is destroyed immediately. From now on, we might see governmental officers using power to intimidate Thai citizens. It will take Thailand backwards to a past when governmental officers held power over and above the taxpayers and citizens who pay for their work. Such unaccountable power is as at the centre of the dictatorship regime’s nature.

The FT-HD and its supporters believe that regulations regarding the rights and freedoms of the Thai people as they appear in this interim constitution are completely meaningless as the document grants overbearing power to the authorities, allows them to dominate the whole system. We affirm that the coup makers and its dictatorship network is an enemy of the Thai people and their rights and freedom.

The NCPO have announced repeatedly that they seized power illegally because they wanted to begin a “political reform” process to “reduce conflict. However it has become evident that the interim constitution is setting out to establish a dictatorship in order to curtail people’s power and destroy the election process completely. It should be noted that there is nothing in the interim constitution that talks about reforming the court, the judiciary power, the so-called “independent organs”, the bureaucracy and even the army itself, all of which are key elements in exacerbating Thailand’s political problems over the last decade. These elements have all used illegal power to force the people into the direction they want and have used weapons to suppress the people. We want to condemn the document called “the 2014 interim constitution” which has been produced by the coup makers as it is an illegal document which seeks to destroy democracy.

In the coming days and weeks the FT-HD will present the People’s Constitution in order to return democracy and sovereignty to the Thai people. Meanwhile, Thais and foreigners who support democracy should continue to protest against illegal power of the NCPO by distributing the FT-HD’s symbol whenever the opportunity allows in order to show that those who support democracy still exist and are ready to stand up to the establishment.

Statement issued on Friday, July 25, 2014.

โดย เลขาธิการองค์การเสรีไทย

แถลงการณ์ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

10425080_1516459738591060_7306841009136924869_n

แถลงการณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

เรื่อง ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

ตามที่คณะรัฐประหารผู้เรียกตนเองว่า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. ได้รับพระราชทานเอกสารที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ และใช้อำนาจที่ยึดมาโดยผิดกฎหมาย ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินไทยนั้น องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ขอประกาศว่าโดยที่ คสช. นั้นเองเป็นองค์การอาชญากรรมที่กระทำความผิดอย่างอุกอาจและจงใจเจตนาในการทำลายประชาธิปไตย อ้างว่ากระทำการยึดอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาและจะคืนความสุขให้กับปวงชนชาวไทย ทั้งที่ตนเองมีส่วนรู้เห็นหรือแม้แต่มีส่วนร่วมกับแผนบ่อนทำลายรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายและความชอบธรรมใดๆ ที่จะออกคำสั่งแก่ปวงชนชาวไทย ดั่งว่า ตนเองเป็นประมุขแห่งรัฐ เอกสารที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญฯ ฉบับนี้ จึงไม่ควรถือว่ามีอำนาจผูกพันใดๆ ต่อสิทธิ เสรีภาพ และการแสดงออกทางกฎหมายของปวงชนชาวไทย เราจึงขอยืนยันไม่ยอมรับอำนาจ อันเกิดจากการใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าข่มขู่บังคับเช่นนี้ และขอให้ผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีจุดยืนที่แน่วแน่ร่วมกันดังกล่าว

ความในมาตราต่างๆ ทั้ง ๔๘ มาตรา ที่คณะรัฐประหาร คสช. ได้รับพระราชทานมานั้น มีสาระที่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่เกือบทั้งฉบับ ในภาพรวมนั้น ก็เป็นเอกสารที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้เครือข่ายอำนาจเดิมและอภิสิทธิ์ชน ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิดของสังคมไทย โดยไม่ได้ใส่ใจต่อความรู้สึกนึกคิดของปวงชนชาวไทย ๖๕ ล้านคนเลย ประหนึ่งว่าพวกเราคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะถูกสั่งการให้กระทำการใดๆ ก็ได้ตามอำเภอใจของผู้สั่งการ ทัศนคติเผด็จการเยี่ยงนี้ ปรากฎชัดทั่วไปทั้งฉบับ เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เครือข่ายอำนาจเดิมที่นำมาสู่การรัฐประหารในคราวนี้ มีความขัดแย้งขั้นพื้นฐานกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยตลอดมา ก็มาจากทัศนคติอันล้าหลังเยี่ยงนี้ เราจึงไม่อาจปลงใจเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งปวงของคณะรัฐประหาร คสช. ได้เลย

อย่างไรก็ตาม เราขอยกตัวอย่างสาระที่ไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฎในโลกยุคใหม่ จากเอกสารฉบับนี้บางมาตราไว้ให้ปรากฎ เพื่อย้ำยืนยันจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการที่กำลังครอบงำเมืองไทย และให้วิญญูชนได้พิจารณาด้วยตนเอง ดังนี้

๑. มาตรา ๓๕ เป็นมาตราที่ระบอบเผด็จการไทย จงใจเจตนาวางรากฐานของการผูกขาดอำนาจในระยะยาวจนอาจถึงขั้นถาวร วรรคต่างๆ ในมาตรานี้ มีเจตนาทำลายโอกาสที่สังคมไทยจะได้กลับคืนสู่ภาวะประชาธิปไตยอันมั่นคง ด้วยการทำลายระบบพรรคการเมือง เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแตกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย คงอำนาจอันล้นพ้นของศาลรัฐธรรมนูญที่จะทำลายกลไกที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อใดก็ได้ องค์การอิสระของรัฐ ที่ไม่เคยเป็นอิสระจริง ก็ยังมีอำนาจมากมายต่อไปในบทบาทผู้แสดงสมทบของระบอบเผด็จการไทย แม้แต่การให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจชี้ขาดสูงสุดว่า บุคคลใดกระทำผิดในฐานะซื้อเสียงและให้คนผู้นั้นหมดสิทธิทางการเมืองไปชั่วชีวิต ก็เป็นหนทางที่อาจนำมาสู่การกลั่นแกล้งรังแกและละเมิดสิทธิทางการเมืองได้ไม่ยาก รวมความแล้ว มาตรานี้มีความประสงค์ที่จะทำลายโอกาส ที่ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดด้วยเสียงข้างมากเช่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้นมา

๒. มาตรา ๓๘ ที่ให้อำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่รู้จบ ร่างเสร็จไม่พอใจก็ยกร่างใหม่ ได้ตามความพอใจอย่างไม่มีกรอบเวลา ก็นับเป็นการย้อนยุครัฐธรรมนูญแบบเผด็จการทหารที่เราเคยผ่านมาแล้วในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องกับ จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญยาวนานถึง ๑๒ ปี คณะรัฐประหารและเครือข่ายอำนาจเดิมของไทย สามารถที่จะใช้ความข้อนี้ยืดระยะการร่างรัฐธรรมนูญต่อไปได้นานเท่านาน ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่องค์การเสรีไทยฯ ได้กล่าวไว้ตั้งแต่แรกเริ่มว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ต้องการครอบงำประเทศไทย เป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนกว่าเขาจะแน่ใจว่าปวงชนชาวไทยไม่สามารถลุกขึ้นมาแบ่งปันอำนาจหรือต่อรองใดๆ กับเขาได้อีก

๓. มาตรา ๔๔ ก็ไม่แตกต่างนักกับมาตรา ๑๗ สมัยเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาตรานี้ให้อำนาจอย่างกว้างขวางและเบ็ดเสร็จกับคณะที่ใช้กำลังเข้ายึดครองอำนาจการปกครองแผ่นดิน ถึงขั้นล้างบาปอันใหญ่หลวงให้กับตนเองและผู้สมรู้ร่วมคิดโดยสิ้นเชิง มิหนำซ้ำยังตั้งตัวเหนือหลักการนิติรัฐ-นิติธรรม อันเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายและไม่มีศักดิ์ศรีใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย

๔. เอกสารฉบับนี้ให้อำนาจอย่างล้นพ้นแก่ข้าราชการประจำของรัฐ โดยให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิม หลักการที่ปวงชนชาวไทยเป็นผู้กำหนดทิศทางของรัฐ โดยมีข้าราชการประจำมีหน้าที่รับปฏิบัติ ถูกทำลายลงในพริบตา จากนี้ไปเราอาจได้เห็นข้าราชการประจำแสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นบรรยากาศย้อนยุคไปในอดีต ที่ผู้ทำงานให้กับรัฐมีอำนาจเหนือกว่าประชาชนผู้เสียภาษีอากร มาเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนของเขา นับเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบอบเผด็จการโดยแท้

องค์การเสรีไทยฯ และผู้สนับสนุน เห็นว่าข้อกำหนดใดๆ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการนี้ นับว่าไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เนื่องจากว่า มาตราที่ให้อำนาจอย่างล้นเหลือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีลักษณะที่ครอบงำการใช้อำนาจรัฐทั้งระบบอยู่แล้ว จึงขอยืนยันว่าคณะรัฐประหารและเครือข่ายเผด็จการไทย มีเจตนาอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

การที่คณะรัฐประหาร คสช. ประกาศซ้ำอยู่หลายครั้งว่า พวกเขาได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองอย่างผิดกฎหมาย ก็เพื่อต้องการให้เกิดกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความขัดแย้งนั้น แต่สิ่งที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการ แสดงชัดเจนว่าได้ตัดขาดอำนาจของประชาชนออกจากกระบวนการเลือกตั้งออกโดยสิ้นเชิง และไม่มีที่ใดในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการที่ระบุถึงมาตรการปฏิรูปศาลและอำนาจในกระบวนการยุติธรรม องค์การอิสระฯ ระบบราชการ และแม้แต่กองทัพแห่งชาติเอง ทั้งที่ทุกสถาบันในประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ จึงนับเป็นการใช้อำนาจเถื่อนบังคับขับไสปวงชนชาวไทยไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ โดยใช้กำลังและอาวุธกดขี่ประชาชน

เราจึงขอประณามเอกสารซึ่งคณะรัฐประหารเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ ว่าเป็นเอกสารเถื่อน และเป็นมิจฉาทิฏฐิต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนั้น องค์การเสรีไทยฯ ขอรับเป็นผู้ประสานงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นในเร็ววันนี้ เพื่อให้เป็นทางเลือกของปวงชนชาวไทยต่อไป ในระหว่างดำเนินการในเรื่องนี้ ปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย โปรดแสดงการต่อต้านอำนาจเถื่อนของเผด็จการ คสช. ด้วยการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในทุกโอกาสที่ท่านสามารถกระทำได้ เพื่อแสดงว่าชาวประชาธิปไตยยังมีตัวตนและพร้อมต่อสู้เพื่อทำลายอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทยต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง

แถลง ณ วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗