Category Archives: Article

Bangkok explosion

จาก จักรภพ เพ็ญแข

ผมรู้สึกตกใจและเศร้าใจอย่างพูดแทบไม่ออก เมื่อเห็นภาพผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายจากการกระทำอันเลวร้ายป่าเถื่อนของใครก็ตามที่ก่อเหตุระเบิดกลางกรุงเทพมหานครเมื่อเวลาประมาณหนึ่งทุ่มวันนี้ ภาพเยี่ยงนี้อาจจะเจนตาสำหรับสถานการณ์ในอิรัก ตุรกี ซีเรีย และพื้นที่แห่งปัญหาอื่นๆ ของโลก แต่ไม่ใช่กรุงเทพมหานครของเราแน่ แต่เมื่อความเป็นจริงได้ทำลายฝันนั้นอย่างยับเยินเสียแล้ว ผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวอันเป็นที่รักของท่านเหล่านี้ การสอบสวนหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังขณะนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และพวกเราจะให้ความช่วยเหลือในทุกๆ ทางที่เราทำได้เพื่อให้ความจริงปรากฎขึ้นในไม่ช้า

คำถามในขั้นต้นนี้คือ:

. ใครในเมืองไทยที่มีอำนาจควบคุมดูแลระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงขนาดนี้

. เชื่อว่าระเบิดนี้ผูกติดอยู่กับเสาของศาลพระพรหมเอราวัณ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่มีผู้ว่าจ้างให้ชายคนหนึ่งเข้าไปทำลายรูปพระพรหมจนเสียหายในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย น่าสงสัยหรือไม่ว่าใครก็ตามที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับศาลนี้จะรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำในครั้งนี้

. เหตุการณ์เช่นนี้อาจทำให้การกลับคืนสู่ประชาธิปไตยล่าช้าออกไปอีก ใครได้รับประโยชน์

อย่างไรก็ตาม หัวใจของเราในคืนนี้อยู่ที่ประชาชนบริสุทธิ์ที่ต้องสูญเสียชีวิตและสวัสดิภาพไป เราส่งใจและเสียงสวดมนต์ไปยังท่านเหล่านี้ทุกๆ ท่าน ขอให้ท่านไปสู่สัมปรายภพเทอญ.

From Jakrapob Penkair

It is utterly unspeakable for me to see the ghastly images of several murdered and injured people in Bangkok tonight. My condolences go directly to the lost ones, the injured ones, and all loved ones of theirs. We demand a rapid and most efficient investigation to go to the bottom of this barbaric act, and we will do whatever we can to assist such an effort.

Some basic questions at this point:

1. Who in Thailand has in possession of such a weapon of mass destruction?

2. The Erawan Shrine was exactly where a mentally-disturbed man was hired to destroy the Bramaric Statue during the elected government of Dr. Thaksin Shinawatra. Since the Thai Police Spokesperson just announced that the bomb was tied to a pillar of the shrine, one has to wonder if people in charge of the same shrine are involved with this incident.

3. This situation may delay the resumption of Thai democracy. Who benefits from such a delay?

Advertisements

สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และ รัฐธรรมนูญ

11080351_1616206778616355_3679052371738555929_o

รัฐธรรมนูญ หลักคุณธรรม
ที่ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน สำคัญไฉน ?
รัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุด เป็นกติกาใช้ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง ในการบริหารประเทศชาติ และเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนในประเทศ

ดังนั้นตามหลักการประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนผู้ถูกปกครอง ได้เลือกตั้งผู้แทนของเขาด้วยเสียงข้างมาก เข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ จึงจะถูกต้อง เมื่อร่างเสร็จ ก็จะต้องนำมาทำประชาพิจารณ์ ลงมติอีกครั้งหนึ่ง ให้รับรองด้วยเสียงข้างมากก่อนจะประกาศใช้บังคับได้ เป็นไปตามกติกาสากลที่ทั่วโลกใช้กัน

การที่ คสช. ตั้งคนของตนมายกร่าง ซึ่งไม่ใช่ผู้แทนของประชาชนทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญนั้นก็ผิดกติกาสากลมาแต่แรกแล้ว จึงไม่ต้องดูเนื้อหาในการยกร่างใดๆทั้งสิ้น เพราะมีเจตนา จะกดขี่ประชาชนโดยอำนาจเผด็จการ
“ต้นไม้มีพิษ ผลไม้ลูกของมัน ก็ย่อมมีพิษภัยแน่นอน”
แนวคิดของหลักนิติธรรม “กฎบัตรแมกนาคาต้า” เป็นข้อตกลงตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 13 ระหว่างกษัตริย์อังกฤษกับเหล่าขุนนาง ที่ยังคงหลักนิติธรรมมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับหลักการเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น อันเป็นรากฐานของสังคมที่เจริญและเที่ยงธรรม

ในปัจจุบัน ทั่วโลกได้ใช้หลักนิติธรรมกันมาโดยตลอด ซึ่งทำให้มีการเปิดเสรีภาพทางความคิด และทำให้คนได้มีส่วนร่วม สร้างเศรษฐกิจโดยใช้ฐานความรู้ (Knowledge base) มาสร้างความเจริญให้มนุษยชาติ เคารพในความคิดริเริ่ม ในการคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ ที่เป็นประโยชน์สูงสุด เป็นยุคของการขายสิทธิทางปัญญา อันมีมูลค่าสูง ยิ่งกว่าทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับเสรีภาพในการแสดงออกก็เช่นกัน ยอมให้มีการชุมนุมโดยสงบและเปิดเผย

เสรีภาพในการแสดงออก และการชุมนุมโดยสงบ และเปิดเผย จึงเป็นสิ่งที่ ผู้ปกครองต้องเคารพ ยอมรับ และนำไปทบทวน ปรับปรุง ซึ่งสรุปว่า คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หากปราศจากสิทธิ์เหล่านี้แล้ว ย่อมไม่สามารถทำให้รัฐบาล ผู้ปกครองมีความรับผิดชอบได้เพียงพอ อันเป็นสาเหตุทำให้ ประเทศต้องดำดิ่งลงไปสู่การเล่นพรรคเล่นพวก และฉ้อราษฏร์บังหลวงได้ จนเป็นเหตุให้ชาติพินาศล่มจม เพราะขาดหลักคุณธรรม ที่เคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ทั่วโลก จึงให้ความสำคัญของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนี้
ด้วยความเชื่อมั่นต่อพลังประชาธิปไตยของประชาชน

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

เลขาธิการองค์การเสรีไทย เพื่อสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย

6 Months after Coup d’état in Thailand

10298147_1573906736179693_4456477205235089924_o

องค์การเสรีไทย ส่งจดหมายร้องเรียนถึงผู้นำทั่วโลก

เรื่อง 6 เดือน รัฐประหารไทย ประชาธิปไตยไร้อนาคต

ในโอกาสที่องค์การเสรีไทยฯ ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐฯ องค์การเสรีไทย ใช้แนวทางการต่อสู้โดยสันติวิธี โดยปราศจากอาวุธ ขณะนี้องค์การเสรีไทยฯ ได้เปิดสำนักประสานงานขึ้น เพื่อเป็นหน่วยประสาน ติดต่อเชื่อมโยงกับผู้นำรัฐและองค์กรประชาธิปไตยทั่วโลก โดยจะนำเสนอข่าวสารให้รัฐบาลและนักลงลงทุนต่างๆ เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศ ว่าทำไมประเทศไทยจึงเกิดวิกฤติยาวนาน และทำไมไทยจึงเกิดมีรัฐบาลเผด็จการสลับประชาธิปไตยไม่หยุดไม่หย่อน และทำไมสิทธิมนุษยชนในไทยจึงตกต่ำลงอย่างมากในขณะนี้

ผม นายสุนัย จุลพงศธร ในฐานะผู้ประสานงานได้ทำหนังสือรายงานสถานการณ์ตามความเป็นจริงให้แก่ผู้นำรัฐ และนักธุรกิจทั่วโลก ให้ได้ทราบเป็นระยะๆ และล่าสุดได้ส่งหนังสือสรุปสถานการณ์ 6 เดือน ภายใต้การปกครองของระบอบ คสช. ให้แก่ผู้นำประเทศต่างๆ เพราะ 6 เดือนที่ผ่ามา ได้ชี้ชัดแล้วว่ารัฐบาลคสช.กำลังนำประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ยุคเผด็จการโบราณ

——————————————————–

เรื่อง 6 เดือน ของการรัฐประหารในไทย ประชาธิปไตยไทยไร้อนาคต

วันที่ 10 ธันวาคม 2557 ณ นครนิวยอร์ค

เรียน ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก

อาทิ ท่านประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า
ท่านนายกรัฐมนตรี โทนี่ แอบบอท
ท่านนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน เป็นต้น

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย (FTHD) ที่ได้จัดตั้งขึ้นทันทีหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22พ.ค. 57ได้ติดตามการบริหารงานของคณะรัฐประหารภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พยายามป่าวประกาศกับผู้นำทั่วโลกว่าจะนำประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยภายในหนึ่งปีนั้น ปรากฏว่าขณะนี้ได้ผ่านมาเป็นเวลา6เดือนแล้ว คณะผู้ยึดอำนาจไม่เพียงไม่กระทำการใดๆ ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตย แต่ยังออกกฎหมายและแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีความประสงค์จะสร้างประชาธิปไตยด้วยรูปธรรมดังต่อไปนี้

1. การปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ปรากฏว่าทันทีที่ยึดอำนาจได้ คณะผู้ยึดอำนาจก็ได้ใช้อำนาจเผด็จการประกาศยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีตัวแทนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมดทั่วประเทศทันที และใช้วิธีให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นเดิมทั้งหมดที่จะหมดวาระรักษาการไปก่อน

2. คณะรัฐประหารประกาศว่าจะแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อออกกฎหมายและร่างรัฐธรรมนูญนำพาประเทศชาติสู่ประชาธิปไตย แต่ปรากฏว่ากลับแต่งตั้งเฉพาะพรรคพวกและผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งเป็นทหาร ตำรวจ และข้าราชประจำเกือบทั้งหมด โดยสภาทั้งสองมีสภาพไม่ต่างอะไรจากตรายางที่ประทับรับรองความต้องการของคณะผู้ยึดอำนาจที่สั่งการลงมาเท่านั้น

3. คณะรัฐประหารประกาศให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่อวดอ้างว่าจะร่างให้เป็นประชาธิปไตย แต่ปรากฏว่าการจัดตั้งคณะยกร่างก็มีแต่ลูกน้องผู้อยู่ใต้อิทธิพลของคณะรัฐประหารทั้งสิ้น และปิดกั้นการรับฟังความเห็นของประชาชนจากวงการต่างๆ รวมทั้งห้ามประชาชนจัดประชุมสัมมนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีแนวความคิดที่จะสร้างองค์พิเศษที่เรียกว่า “คณะอภิรัฐมนตรี” ให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอีกด้วย

4. ตามที่คณะรัฐประหารได้ประกาศเป็นโรดแมปว่าจะเร่งจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วและจะเร่งจัดการเลือกตั้งภายในปลายปี 2558 นั้น ขณะนี้ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างก็ประกาศย้ำหลายครั้งว่าไม่สามารถจะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จได้ภายในปีนี้ รวมทั้งการเลือกตั้งก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายในปีหน้า และจะต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2559แต่ก็ยังกำหนดเวลาไม่ได้

5. กระบวนการยุติธรรมซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเป็นองค์ประกอบของระบอบประชาธิปไตย แต่ภายในเวลา6เดือนภายใต้การบริหารของคณะรัฐประหาร ได้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าคณะรัฐประหารได้ละเมิดหลักนิติธรรมโดยทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการใช้กฎหมายตามอำเภอใจภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า “กฎอัยการศึก” และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ให้อำนาจสูงสุดแก่หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยทำการข่มขู่จับประชาชนและเยาวชนนักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นโดยสันติปราศจากอาวุธเข้าคุกและควบคุมตัวด้วยข้อหาตามมาตรา112 ซึ่งเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์และความมั่นคงแห่งรัฐที่มีโทษรุนแรงและจับขึ้นศาลทหารที่มีเพียงศาลเดียวอยู่เสมอตั้งแต่วันแรกของการยึดอำนาจจนถึงวันนี้ และไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร และล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองด้วยความโหดร้ายและไร้หลักนิติธรรมโดยจับกุมข้าราชการตำรวจชั้นสูงในตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางและพรรคพวกลงโทษโดยไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และยังรวมไปถึงการใช้มาตรา 112 ในการปิดกั้นสื่ออีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการลงโทษจำคุกบรรณาธิการเว็บไซต์ Thai E-news

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายร้อยรูปธรรมที่คณะผู้ยึดอำนาจกระทำการให้ประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ยุคมืดและห่างไกลจากประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนทั้งในประเทศและภูมิภาคอย่างแน่นอน
ข้าพเจ้าจะได้รายงานให้ท่านทราบถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศไทย เพื่อประกอบการพิจารณาการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติ
ขอแสดงความนับถือ

นายสุนัย จุลพงศธร

อดีตประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภาไทย

ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยฯ

——————————————————–

Situation Update: 6 Months after Coup d’état in Thailand

Date: 10 December 2014, New York.

Dear President and Prime Minister around the world

[Such as : President Barack Obama, PM Tony abbott
and PM David Cameron.]
The Organization of FreeThai for Human Rights and Democracy (FTHD) was established to monitor the nominally civilian government installed and led by the Thai military junta leader, General Paryuth Chan-ocha. The Organization found that the Junta Government has not only exhibited any political will to bring Thailand back on its democratic since the coup d’état of 22 May 2014, the Junta has also further limited the rights and freedom of the Thai people. The followings concrete measures underlie the circumstances on what the Junta has attempted to do so in the past six months.

1. The Regional Administrative Organization of Thailand, which is considered one of the footholds of Thailand’s democratic milestone, was repealed by the Junta. All local elections are suspended indefinitely, and all contested seats will be retained by those who have been in position without any new election.

2. Although the Junta announced its plan to restore Thailand’s democracy through the appointment of the National Legislative Assembly and the National Reconciliation Assembly, the appointment suffers from the lack of transparency and accountability. As a matter of fact, the Junta has only appointed their people, most of which are armed forces personnel and civil servants, to both assemblies. These two national assemblies are nothing but merely the rubber stamp for the Junta

3. The Junta declared that the appointed National Reconciliation Assembly will also draft a new constitution. The junta has claims that this constitution will be a “true” democratic constitution. Yet, in reality, the Drafting Committee only consists of Junta-handpicked individuals who will represent the Junta’s interest. The Junta also announced that there will be neither public hearings, both official and unofficial, nor a referendum. Furthermore, the Drafting Committee has also proposed the appointment of non-elected “Supreme Ministry” to be the governing body over elected branches of government including the executive and legislature.

4. The Junta had once announced a roadmap to roll out a new constitution that would allow a new election in 2015. However, this is no longer a case as the junta has recently stated that the next election should not be expected until 2016 without any exact timeframe. Meanwhile, the martial law still remains in place.

5. Thailand under the Junta administration in the past six months has experienced a decadence of justice. The rules of law were bent to serve the will and vested interest of the Junta rather than to serve for justice. The Junta and, particularly, its leader—General Prayuth Chan-Ocha have abused their power through the use of the martial law and additionally unlimited power given by the provisional constitution. Many civilians and students have been detained just because they expressed their disapproval to the Junta. In much more depressing issues, many of them have been charged with lèse-majesté and have gone on trial in the court-martial, which does not give the defendants the right to appeal. A recent abuse of lèse-majesté law can be seen in the use of the law as a purge against a group of policemen. Also, this law has been used to silence the media that are deemed to threaten the political legitimacy and stability of the Junta as well. The court-martial, for example, sentenced the editor of the Thai E-News website to nearly five years in prison for lèse-majesté act.
The events and incidents stated above are just a minor fraction of what the Junta has abused. Actions that the Junta have done are nothing but a ticket to take Thailand away from democracy. This development will eventually affect the economic development and investment within Thailand and the whole Southeast Asia
It is my honor to inform you about this real current situation in Thailand for your decision that might be made regarding Thailand and Southeast Asia region during this time of turmoil.

With Best Regards,
Sunai Chulpongsatorn

Former Chairman of the Standing Committee on Foreign Affairs of the House of Representatives of Thailand

FTHD coordinator

International Human Rights’ Day

10320914_1569172759986424_7624354026783754996_o

วันนี้เป็นวันสิทธิมนุษยชน

ผมได้เขียนจดหมายถึงบุคคล และองค์การสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติ (OHCR) เจ้าหน้าที่และผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของรัฐสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ฯ และองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สหพันธ์สากลด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch เป็นต้น

โดยชี้ว่า ตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 เดือนมานี้ รัฐบาลเผด็จการทหารของไทย ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เช่น การไม่ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก และมีการจับนักกิจกรรม นักศึกษา ตลอดจนประชาชน และนักวิชาการที่จัดกิจกรรมทางวิชาการ ต่อต้านเผด็จการในประเทศ รวมถึงมีการไล่ล่าจับกุมคนเห็นต่างด้วยกฎหมายหมิ่นฯ มาตรา 112 เพื่อหวังผลทางการเมือง อันเป็นการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นขั้นพื้นฐานของคนในประเทศ

ทั้งนี้ องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ต่างก็มีความใส่ใจและสนใจตรวจสอบข้อมูลการละเมิดสิทธิฯ ของประชาชนคนไทย แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับไม่ใส่ใจ และไม่สนใจที่จะดำเนินการตรวจสอบ หรือเคลื่อนไหวในการพิทักษ์ปกป้องสิทธิของประชาชนภายในประเทศ

ท้ายที่สุด ผมขอขอบคุณไปยังองค์การ องค์กร และคณะทูตานุทูตต่างประเทศ ที่ห่วงใยใส่ใจตรวจสอบประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และขอให้ท่านโปรดติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้งให้ประชาชนไทย ตกอยู่ในภาวะโดนละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย

อดีต กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ปัจจุบัน ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยในยุโรป

***********

เนื้อหาจดหมาย

Respected friends of human rights,

December 10th 2014 is International Human Rights’ Day and I, Jaran Ditapichai, coordinator of the Organization of Free Thais for Human Rights and Democracy (FT-DH) and former National Human Rights Commissioner of Thailandwould like to informmy friends and colleague about the continued human rights violations carried by the military junta since their coup d’etat of May 22nd 2014.
As all of you might know the coup d’etat staged by the National Council for Peace and Order (NCPO) was the 12th successful coup in Thailand.The NCPO seized power from the people and from the elected government of Ms. Yingluck Shinawatra. It dissolved the democratically elected parliament, declared martial law, forbid freedom of the press and freedom of expression, and curtailed the right of peaceful assembly. The NCPO rapidly established full-blown military dictatorship. It then started issuing dictatorial decrees, followed by the establishing an interim constitution that granted them full authority and which limited people’s freedom and rights. It then appointed the National Legislative Assembly, where over half the members were military officers and appointed the government. Gen Prayuth Chan-ocha, the head of NCPO, became Prime Minister, and key members of the coup makers became ministers of important departments. The NCPO the established the so-called National Reform Council to deceive the Thai people. The last mechanism put in place by military junta is the constitutionaldrafting committee which is composed of royalists and conservatives who have continually showed their antipathy towards democratic norms in the past.

During the first 3 months of the junta they violated human rights of Thai citizens, with551 people summoned by the military without any charge. Out of that number, 242 were detained, 77 were arrested, 14 were tortured, and more than 60 were charged and now have to appear in the military court. Some have disappeared and are now presumed dead. [Until now the junta arrested 301 persons .229 are still in detentions .69 were sent to the military court.] << These numbers are very confusing as you’ve not expressed the exact time frame.

I want to draw attention to the fact that the ultimate aim of the junta is to protect the monarch. The draconian lesemajeste law – article 112 – is being daily used to suppress any discussion of the monarchy. As of today, there are 19 cases pending in the military court, including a charge levelled against myself, and the military authorities have declared they may seek to prosecute 10,000 more violations of the 112 law.

The NCPO does not only use the martial law to rule the country but it also adopts a strategy of fear, using tactics designed to inculcate fear amongst the general population . Often military units are deployed in convoys to specific targeted villages inthe North and Northeastregions where there are strong bases of the red shirt pro-democracy movement. Local military commanders have prevented students, academics and NGO’s activists from holding even no-political seminars & debates and “summoned” those who still tried to continue with their activities. Last month,16students who used the 3 finger salute from the Hunger Game’s film as a symbol of resistance to the junta were immediately taken away a police stations with solders searching the students who distributed leaflets.

The military government of General Prayut Chan-Ocha does not respect the UN orInternational Conventions and Covenants to which Thailand is a party. These include the Universal Declaration of Human Rights (UDHR),theInternational Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) and the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment.

The state run human rights organisations – and especially the National Human Rights Commission- do not play any role to protectthe human rights of Thais.However, international organisations such as the EU, theOffice of the High Commissioner for Human Rights, Human rights Watch, the International Federation of Human Rights and Amnesty International are all monitoring the violation of human rights in Thailand.

Finally, yet importantly, I would like to personally thank the various countries that did not recognize the coup, and have since applied pressure to the military government to stop violating human rights. We hope this effort continues and hope that they continue to demand the return of democracy through election to Thailand as soon as possible.

Jaran Ditapichai

European Coordinator of FT-DH

บทเรียน 6 ตุลา 2519

1909237_1544010419169325_6016899893802960750_o

บทเรียน 6 ตุลา 2519

ตั้งแต่ตี 1 ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519

ย่างเข้าวันที่6ตุลาคม วิทยุยานเกราะรายงานข่าวว่า กองกำลังตำรวจตระเวณชายแดนเคลื่อนเข้าพิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ เสียงกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้านดังมากยิ่งขึ้น หน่วยรักษาความปลอดภัยรวมกันไปเฝ้าประตูด้านหอประชุมใหญ่ ผมเดินไปดูสถานการณ์หน้าหอประขุมใหญ่ ตี 4 กว่าๆ เสียงปืนดังแผดก้องนัดหนึ่ง ลูกกระสุนตกลงกลางที่ชุมนุม นักศึกษาวิ่งหลบ โกลาหลครู่หนึ่งสงบ มีคนวิ่งมาบอกว่า มีคนตายและบาดเจ็บหลายคน กำลังพาไปห้องพยาบาล

ต่อมารู้กันว่า เป็นกระสุนปืนเอ็ม79 ยิงมาจากวัดมหาธาตุ ผมยังอยู่ที่เดิมหัวมุมสนามฟุตบอลเยื้องตึกคณะนิติศาสตร์ ตรงกันข้ามพิพิธภัณท์ อีกไม่นาน เสียงปืนรัวดังสนั่นมาจากด้านพิพิทธภัณท์เป็นชุดๆ ผมล้มลงหลบกับพื้นถนน ลูกกระสุนปลิวผ่านหัวราวห่าฝน ผมได้กลิ่นเลือด หันไปดูเห็นนักศึกษาที่นอนหลบบนฟุตบาทคนหนึ่งถูกกระสุนที่หัวเลือดกระจายสมองไหล

ตำรวจตระเวณชายแดนยังคงระดมยิงใส่ผู้ชุมนุมต่อไป นักศึกษาประชาชนวิ่งหลบกระสุนไปยังตึกคณะบัญชี ผู้อยู่ใกล้ตึกนิติศาสตร์ วิ่งไปหลบเต็มเฉลียงชั้นล่างของบนตึก ผมได้ยินเสียงตะโกน “พวกมันตายหมดแล้ว” ให้กระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้านในสนามหลวงบุกเข้ามา ผมเห็นรถเมล์ขาวพังประตูเข้ามา เสียงปืนหยุดลงชั่วครู่ เปิดทางให้พวกนั้นที่ยึดรถเมล์ขาวบุกเข้าธรรมศาสตร์ ผมจึงลุกขึ้นวิ่งหนีไปทางคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ไปหลบอยู่คนเดียว จากพวกกระทิงแดงลูกเสือชาวบ้าน

บนเวที ธงชัย วินิจกุลพูดขอร้องตำรวจอย่ายิงนักศึกษา ตลอดเวลา

ผมเห็นกลุ่มคนที่บุกเข้ามา เข้ามาในตึก พากันเอาทรัพย์สินที่ถือได้ เช่น พัดลมโทรศัพท์ ออกไปเหมือนโจรปล้นบ้าน ในสนามหลวง เห็นตำรวจขู่เข็นให้นักศึกษาประชาชนถอดเสื้อนอนควำ กลุ่มลูกเสือชาวบ้านร้องเพลงหนักแผ่นดิน ประสานกับการคอกคำราม ต่อมา เป็นข่าวพวกนั้นทำร้าย เข่นฆ่า เอาผ้าผูกคอลูกเสือชาวบ้าน ผูกคอนักศึกษาลากลากจนตายคาสนามฟุตบอล ด้านหน้าหอประชุมใหญ่ นักศึกกลายคนถูกทุบตีเลือดเต็มหน้า ถูกจับไปแขวนกับต้นมะขามในสนามหลวงถูกทุบจนเสียชีวิต บางคนถูกเผากับยางรถยนต์อย่างโหดร้ายป่าเถื่อน นักศึกษาหญิงถูกข่มขืน บางคนถูกไม้เสียบอวัยวะเพศ

ผมหลบในตึกสังคมฯ สุดท้ายถูกจับในวันรุ่งขึ้น เวลา 11 นาฬิกากว่าๆ จึงได้รู้ว่า หัวค่ำของวันที่ 6 มีรัฐประหาร โดยคณะทหารที่เรียกตัวเอง ” คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้า
ตอนเช้า สังหารหมู่ ตกค่ำ ยึดอำนาจรัฐ ล้มระบอบประชาธิปไตย ฟื้นระบอบเผด็จการทหาร แล้วก็เป็นเผด็จการขวาจัด อีกด้วย

ในโอกาศครบ 38 ปี ของกรณีนองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ผมขอรำลึกและสดุดีวีรชนที่พลีชีพ และผู้รอดชีวิตที่ถูกจับกุมคุมขังทุกคน การต่อสู้ของท่านเป็นสายธารหนึ่งของการต่อสู่เพื่อประชาธิปไตยวันนี้ แล้วก็ขอประนามผู้วางแผน คนสั่งการ และคนเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนหลายร้อยคนและจับกุมเกือบ 3 พันคน ถึงวันนี้ฆาตกรโหดเหล่านี้ ก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นส่วนใหญ่

ขอให้พวกนี้ พินาศ

# # # # #

‪#‎สรุปกรณีนองเลือด6ตุลาคม‬

‪#‎สาเหตุสำคัญ‬

1. การสูญเสียอำนาจผลประโยชน์และฐานะปกครองของเจ้า ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักธุรกิจนายทุนใหญ่เพราะความพ่ายแพ้ในกรณี 14 ตุลาคม 2516

2. ความหวาดกลัวการขยายตัวเติบใหญ่ของขบวนการนักศึกษา ประชาชน กรรมกร ชาวนาโดยเฉพาะขบวนการปฏิวัติ ที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

3. หวาดกลัวคอมมิวนิสต์หลังการปฏิวัติใน 3 ประเทศอินโดจีน เขมร เวียดนามและลาวในปี 2518

4. สังคมไทยแบ่งเป็นขวา ซ้าย ต่อสู้ทุกปริมลฑลทางการเมือง ความคิดอุดมการณ์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเป็นเวลา 3 ปี

‪#‎เงื่อนไขและชนวน‬

1. ขบวนการนักศึกษาและประชาชนมีภาพพจน์เป็นซ้าย ชนชั้นกลางไม่สนับสนุน ถูกทางการและขบวนการขวาพิฆาตซ้ายข่มขู่คุกคามปราบปราม จับกุม เข่นฆ่า แทบทุกเดือน

2. การโจมตีใส่ร้ายป้ายสีจากพรรคการเมืองและกลุ่มขวาจัดสื่อมวลชน โดยเฉพาะชมรมวิทยุเสรี 200 สถานี จนทำให้สังคมเชื่อว่านักศึกษาเป็นคอมมิวนิสต์เป็นส่วนใหญ่

3. ฝ่ายขวา อ้างสถาบันกษัตริย์มาโจมตี โดยเฉพาะการแต่งหน้าผู้แสดงถูกแขวนคอคล้ายพระบรมโอรสาธิราช

4. ไม่มีข้อมูลในการวิเคราะห์สถานการณ์

‪#‎ผลของเหตุการณ์‬

1. มีผู้เสียชีวิตนับร้อย บาดเจ็บเกือบ 500 คน ถูกจับ 3,000 กว่าคน

2. เกิดรัฐประหาร ล้มระบอบประชาธิปไตยที่มาจากกรณี 14 ตุลาคม และมีการสถาปนาระบอบเผด็จการขวาจัด

3. ทำให้นักศึกษา ปัญญาชน ประชาชน เข้าป่าไปร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์

4. ชนชั้นปกครองเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกประนามจากทั้งในและนานาประเทศ จนต้องก่อรัฐประหารฟื้นระบอบประชาธิปไตย ความสามัคคีคนในชาติ

‪#‎บทเรียน‬

1. ชนขั้นปกครองเมื่อเผชิญกับการต่อสู้ของประชาชนอย่างขนานใหญ่ จะใช้วิธีการปราบปรามอย่างรุนแรงและเหี้ยมโหด

2. กลุมกึ่งทหาร (para-military) และมวลชนเมื่อถูกปลุกระดมทางความคิดจิตใจอุดมการณ์ จักสามารถทำลายล้าง สังหารอีกฝ่ายอย่างป่าเถื่อน เช่น เผาทั้งเป็น แขวนคอ

3. ในสภาพดุลย์กำลังต่างกันมาก จะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีจากข้อแข็งข้ออ่อน ฝ่ายเขาและฝ่ายเรา มิใช่เริ่มจากจุดยืน ความคิดและอุดมการณ์ทางการเมือง และที่สำคัญจะต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ

จรัล ดิษฐาอภิชัย
7 ตุลาคม 2557

วันที่ 5 ตุลาคม 2519

1487926_1542705589299808_3867840048258369364_o

5 ตุลาคม 2519
วันนี้ เมื่อ 38 ปีที่แล้ว

5 ตุลาคม ก่อนวันสุกดิบ ตอนเช้าผมออกจากที่ชุมนุมไปข้างนอก แล้วกลับเข้าธรรมศาสตร์ตอนบ่าย โดยไม่ได้เห็นหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และดาวสยามที่พาดหัวและลงภาพการแสดงแขวนคอ ที่สถานีวิทยุยานเกราะโหมกระพือข่าวปลุกระดมฝูง ให้ไปรวมตัวที่ลานพระรูปทรงม้าและสนามหลวง โดยบิดเบือนว่า นักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มิใช่มาขับไล่พระถนอม แต่เป็นพวกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นปฏิปักษ์กับสถาบันกษัตริย์

แต่อย่างไรก็ตาม ในที่ชุมนุม ยังมีนักศึกษาประชาชนหลายพัน และยังมีคนมาเพิ่ม แกนนำ ศนท.แถลงชี้แจง และเตรียมไปชี้แจงต่อนายกมนตรี บรรยากาศค่อยๆตึงเครียด เพราะมีข่าวกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และกลุ่มมวลชนขวาจัดกำลังไปลานพระรูปทรงม้า บางส่วนกำลังมาที่สนามหลวง ตั้งแต่บ่าย 3 – 4 โมง มีคนไปแจกใบปลิวรูปแขวนคอ พร้อมข้อความโจมตีนักศึกษา

มีคนเสนอให้ผมออกจากที่ชุมนุม เพราะคาดว่า คืนนี้จะถูกปราบหรือรัฐประหารอย่างแน่นอน แต่ผมอยากอยู่กับพวกเขา ในต่างจังหวัด ประกาศนัดหยุดสอบ ส่วนหนึ่งจะมาสมทบที่ธรรมศาสต และสหภาพแรงงานหลายสิบแห่งมีมติให้รัฐบาลขับพระถนอมกลับออกไป

ใกล้ค่ำ เริ่มเห็นพวกกระทิงแดงที่สนามหลวง ได้ยินเสียงโห่ ระเบิดขวด ผู้ชุมนุมกระชับกันเหนียวแน่น การปราศรัยบนเวทีพยายามชี้แจงสถานการณ์ สองทุ่มกว่าๆ แกนนำประชุมกันว่าจะเอาอย่างไร ยุติการชุมนุมหรือเดินหน้าต่อ
พ.ท.อุทาร และผู้จัดรายการวิทยุยานเกราะประกาศเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปลดรัฐมนตรีบางคนและให้จับนักศึกษา โดยเฉพาะประกาศให้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไปล้อมธรรมศาสตร์ทางไหน ในขณะเดียวกันรองผู้บัญชาการตำรวจชายแดนผู้ก่อตั้งลูกเสือชาวบ้าน พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จรัสโรมรัน สั่งให้กองกำลังตำรวจฟังวิทยุยานเกราะ

ดึกเข้า พ.ท.อุทาร พูดออกรายการวิทยุสั่งให้กองกำลังตำรวจตระเวณชายแดนเข้าไปในพิพิทธภัณท์สถานแห่งชาติที่ติดกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านหอประชุมใหญ่ ด้านสนามหลวงได้ยินเสียงปืนและระเบิดขวดเป็นครั้งคราว

ทางด้านแกนนำจัดชุมนุม กว่าจะตกลงว่าเลิกชุมนุมก็ดึก
ซึ่งไม่มีผลในทางปฏิบัติ ธรรมศาสตร์ถูกปิดล้อม

การให้คนกลับไปกลางดึกอันตรายมาก
จึงรอประกาศตอนเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม … แต่สายไปแล้ว

จรัล ดิษฐาอภิชัย
5 ตุลาคม 2557

วันที่ 4 ตุลาคม 2519

10495590_1542261412677559_3587126644926696893_o

วันที่ 4 ตุลาคม 2519
วันนี้ เมื่อ 38 ปีที่แล้ว

4 ตุลาคม 2519 เป็นวันที่ ศนท.นัดชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวง
เช้าวันนั้น นายกรัฐมนตรีเสนีย์ ปราโมช ให้สัมภาษณ์ว่า 
รู้คนฆ่าแขวนคอที่นครปฐมแล้ว เป็นตำรวจ 

เข้าช่วงบ่ายนักศึกษาชมนุมการละคอนธรรมศาสตร์แสดงคนถูกแขวนคอที่ลานโพธิ์ 3 ชั่วโมงต่อมา สถานีวิทยุยานเกราะเริ่มออกข่าวใส่ร้ายว่า คนที่แสดงถูกแขวนคอหน้าละม้ายพระบรมโอรสาธิราช

การชุมนุมในสนามหลวงเริ่มขึ้น นักศึกษาและประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทยอยมาร่วมหลายพันคน ในต่างจังหวัด นักศึกษาเชียงใหม่เกือบพันเดินขบวนเข้าไปในเมือง ฝ่ายขวาจัด ทั้งวิทยุและหนังสือพิมพ์โจมตีนักศึกษาอย่างหนักตั้งแต่เช้า

บ่าย กลุ่มกระทิงแดงเอารถตั้งเครื่องขยายเสียงโจมตีการชุมนุม อ้างชาติ ศาสนา และกษัตริย์ แต่ไม่มีแนวโน้มปะทะกัน

ตกค่ำ ฝนตก หนักขึ้นๆ แกนนำตัดสินใจย้ายผู้ชุมนุมเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการรักษาความปลอยภัยอย่างเข้มงวด และพยายามหาข่าว ส่วนใหญ่ใช้วิทยุดักฟังและวิทยุคลื่นสั้น ฟังวิทยุยานเกราะกัน พอได้รู้ว่า ยานเกราะเริ่มใช้ละคอนแขวนคอมาโจมตี และมีการระดมลูกเสือชาวบ้านและตำรวจตระเวณชายแดนเข้ากรุงเทพฯ

ผมเอง ตามแผนต่อต้านรัฐประหาร ต้องไม่ไปชุมนุม
แต่ด้วยความเคยชินและเป็นห่วง ผมไปร่วมตั้งแต่ต้นที่สนามหลวง
แล้วตามเข้าธรรมศาสตร์ด้วย และอยู่จนสว่าง

บรรยากาศคืนนั้นบรรยากาศยังไม่ตึงเครียด
ในการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ส่วนใหญ่คิดว่า
จะไม่มีรัฐประหารหรือการปราบปราม
ด้วยไม่รู้ว่า ทหารกลุ่มใดวางแผนจะทำ

การอภิปรายบนเวทีเน้นการโจมตีจอมพลถนอมและกลุ่มขวาจัด และให้ผู้ชุมนุมเตรียมความคิดจิตใจเผชิญกับเหตุร้าย ต่อต้านรัฐประหาร ผู้นำนักศึกษา สุธรรม แสงประทุม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ธงชัย วินิจกุล สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ฯลฯ ขึ้นปราศรัยสลับกับดนตรีเพลงเพื่อชีวิต จนสว่าง

ทุกคนไม่รู้ว่า หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และดาวสยาม กำลังตกแต่งภาพคนแสดงแขวนคอให้เหมือนกับเจ้าฟ้าชาย ตีพิมพ์หน้าหนึ่งฉบับวันที่ 5 ตุลาคม จุดชนวนกรณีนองเลือด 6 ตุลาคมในวันต่อมา

จรัล ดิษฐาอภิชัย
4 ตุลาคม 2557

วันที่ 3 ตุลาคม 2519

1072417_1541877839382583_6348712239202320770_o

วันที่ 3 ตุลาคม 2519
วันนี้ เมื่อ 38 ปีที่แล้ว

สถานการณ์วันที่ 3 ตุลาคม ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากข่าวการข่มขู่ของฝ่ายขวาจัด และการเตรียมชุมนุมใหญ่ในวันรุ่งขึ้น

จึงขอเล่าย้อนหลังไปถึงหนังสือพิมพ์อธิปัตย์ อันเป็นหนังสือพิมพ์ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท) มาตั่งแต่หลังกรณี 14 ตุลาคม 2516 โดยใช้เงินของ ศนท. ที่ได้รับบริจาคหลังกรณีดังกล่าว และมีอภัยชนม์ วัชรสิน นิสิตจุฬา เป็นบรรณาธิการ

ต่อมา นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าเข้าไปทำ ยึดมาได้ ออกเป็นรายสัปดาห์ ทำมาเรื่อยๆ เข้าปีที่ 2 ปีที่ 3 มีปัญหาการเงินมากขึ้น ต้นปี 2519 จึงย้ายสำนักงานมาที่โรงพิมพ์ของพี่คนหนึ่งที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ ผมไปข่วยเขียนบ่อยๆ ตั้งแต่จอมพลถนอมกลับเข้ามา

นสพ.อธิปัตย์ออกรายวัน เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางความคิดการเมือง และปลุกระดมผู้รักประชาธิปไตย นสพ.อธิปัตย์ ตกเป็นเป้าการทำลายของฝ่ายขวาจัด

คงต้องเล่าอีกสักนิดว่า ทั้งแกนนำของขบวนการนักศึกษาประชาชนรวมทั้งหน่วยของผมมีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์กันทุกวัน ในคืนวันที่ 3 ตุลาคม ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถคาดคะเนสถานการณ์ว่า จะมีรัฐประหารและปราบปรามวันใหน ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าคงมีรัฐประหารก่อนแล้วปราบ แต่การหาข่าวรัฐประหารค่อนข้างยากมากเวลานั้น

ส่วนการเตรียมต่อต้านรัฐประหาร แบ่งคนเป็น 2 แนว คนไปร่วมชุมนุมกับคนอยู่วงนอก เมื่อเกิดรัฐประหาร จะมีคนต่อต้านจำนวนหนึ่ง ในการตัดสินใจชุมนุมวันที่ 4 ตุลาคม แกนนำถกเถียงอภิปรายกันหนัก

ปัญหาแรก ควรหรือไม่ควรชุมนุม ภายใต้สถานการณ์ถูกคุกคามอย่างหนักและข่าวลือรัฐประหาร ส่วนใหญ่เห็นว่า จะต้องชุมนุม ซึ่งจะมีฐานะทางยุทธศาสตร์ของการต่อต้านแผนการรัฐประหาร เพราะต่างจังหวัดนักศึกษาชุมนุมมาหลายวันแล้ว

มีการตัดสินใจกันว่าจะจัดทึ่ใหน สนามหลวงหรือ ธรรมศาสตร์ สถานที่หลังมีข้อดี ที่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอด และมีรั้วรอบขอบชิด มีตึกอาคารเป็นที่กำบัง แต่ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ อธิการบดี สั่งปิดไปแล้ว สนามหลวงก็มีข้อดี ผู้คนมาร่วมได้ง่าย ถ้าถูกล้อมปราบ กระจายกันหลบหนีได้ง่าย

ในที่สุด แกนนำตกลง ชุมนุมในสนามหลวงก่อน หากมีปัญหา ย้ายเข้าธรรมศาสตร์ การเคลื่อนไหวของมวลชนฝ่ายขวาจัดบ่ายวันนั่น ได้นำรถขยายเสียงตระเวณโจมตี ศนท. และบางกลุ่มไปข่มขู่กลุ่มญาติวีรชน 14 ตุลาคม จนต้องย้ายมาอดข้าวประท้วงในธรรมศาสตร์

จรัล ดิษฐาอภิชัย
3 ตุลาคม 2557

วันที่ 2 ตุลาคม 2519

10623499_1541463509424016_6959781023956935284_o

วันที่ 2 ตุลาคม 2519
วันนี้เมื่อ 38 ปีที่แล้ว

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้า มีพรรคชาติไทยที่มี พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรค เข้าร่วมด้วย โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลใหม่ แต่ผู้คนทั้งหลายเชื่อว่า มีคนสั่งมา ซึ่งเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้มีฐานะสูงสุดของประเทศ และเห็นว่ารัฐบาลใหม่ของหม่อมเสนีย์ ที่มีพล.อ.ทวิช เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นายพลของพรรคประชาธิปัตย์ ฉายาโป๋งเหน่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม แม้มี พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นผู้บัญชาการทหารบก คงยับยั้งพวกขวาจัด มิได้

ทางด้านศนท.และขบวนการประชาชนยังคงเคลื่อนไหวต่อไป นักศึกษาธรรมศาสตร์เริ่มชุมนุมย่อยบริเวณลานโพธิ์ ท่าพระจันทร์ โดยใช้รูปแบบทางดนตรี และละคอน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ประกาศหยุดเรียน ญาติวีรชน 14 ตุลาคม ไปนั่งอดข้าวหน้าทำเนียบรัฐบาล

ศนท. และแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ส่งตัวแทนไปพบนายกรัฐมนตรีขอให้รัฐบาลขับพระถนอม ด้านรัฐบาลส่งรัฐมนตรีไปนิมนต์ออกนอกประเทศ แต่ไม่สำเร็จ

ขณะเดียวกัน กลุ่มนวพล ไปปฏิญานกับพระแก้วมรกตจะปกป้องชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ หัวหน้ากระทิงแดง ประกาศจะไปปกป้องวัดบวรหากนักศึกษาไปที่นั่น

จรัล ดิษฐาอภิชัย
2 ตุลาคม 2557

วันที่ 1 ตุลาคม 2519

10604633_1541079089462458_4495429519501471765_o

วันที่ 1 ตุลาคม 2519
วันนี้ เมื่อ 38 ปีที่แล้ว

คงต้องย้อนหลังสักนิด จอมพลถนอม เดินทางกลับประเทศไทย ในคราบเณรถนอมเมื่อเช้าวันที่ 19 กันยายน ไปวัดบวรวรวิหาร บางลำพู หัวค่ำมีข่าวทั้ง ๒ พระองค์เสด็จไปวัดนั้น แกนนำศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) มีสุธรรม แสงประทุม เป็นเลขาธิการ และของขบวนการประชาชนคิดว่าเป็นแผนการของกลุ่มขวาจัด เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อรัฐประหาร ปราบปรามนักศึกษาประชาชนที่ส่วนใหญ่ก้าวหน้า หรือฝ่ายซ้าย โดยใช้ชาติศาสนา กษัตริย์เป็นข้ออ้าง

ดังนั้น การเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาประขาชนต้องสุขุม รอบคอบ ไม่ผลีผลามชุมนุม เลยเน้นการแถลงข่าว ประชุมอภิปราย ถึงกระนั้นก็ตาม นักศึกษาประชาชนที่ออกไปติดโปสเตอร์ถูกดักทำร้าย ไล่ยิง ถึงขั้นถูกจับฆ่าแขวนคอ แกนนำจึงตัดสินใจชุมนุมประท้วงที่หน้าตึกจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่เลือกจุฬา เพราะคิดว่าถูกก่อกวนยาก

การชุมนุมครั้งแรกตั้งแต่ถนอมกลับเข้ามา มีนักศึกษามาร่วมหลายร้อยคน
กลับมาวันที่ 1ตุลาคม 2519 สังคมการเมืองตามข่าวการตั้ง ครม.ใหม่ ในขณะฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องการพรรคชาติไทย เจ้าของคำขวัญ กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ขวาพิฆาตซ้าย เข้าร่วมเป็นรัฐบาล ฝ่ายขวา เรียกร้องไม่ให้ตั้ง ส.ส. สุรินทร์ มาศดิต ชวน หลีกภัย ดร.ดำรง ลัทธพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรี

ด้านขบวนการนักศึกษาประชาชน เริ่มอภิปรายปัญหาจัดชุมนุมใหญ่ ควรจัดหรือไม่จัด จะจัดที่ใหน สนามหลวงหรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะเตรียมต่อต้านรัฐประหาร เพราะได้ข่าวหนาหู ความจริงปัญหาต้านรัฐประหาร อภิปรายกันมาหลายเดือนแล้ว จะต่อต้านกันอย่างไร และบางส่วนได้จัดกันเป็นกลุ่มๆ เป็นส่วนลับและส่วนเปิด ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีต่อต้าน ขึ้นกับการคาดคะเนสถานการณ์ ทำรัฐประหารก่อนแล้วปราบ หรือปราบก่อนแล้วทำ

ชมรมวิทยุเสรี 200 สถานี ที่มีสถานียานเกราะ มี พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ธรรมนูญ เทียนเงิน ทมยันตี ฯลฯ และ หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ทวีการโจมตี และปลุกระดมลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มกระทิงแดง ฯลฯ ให้ต่อต้านศนท.และขบวนการประชาชน โดยโจมตีว่าเป็นคอมมิวนิสต์ มีคนญวนคนแกวมาร่วม ตลอดจนข่าวการเคลื่อนไหวในกองทัพหนาหู

จรัล ดิษฐาอภิชัย
1 ตุลาคม 2557